http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน... เวียนศีรษะ บ้านหมุน 1 ใน 3 อาการที่สังเกตได้






โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อันตรายหรือไม่ และอาการน้ำในหูไม่เท่ากันส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบมาให้ไขความกระจ่างค่ะ

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จริง ๆ หลายคนคิดว่าอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะต้องเวียนศีรษะ บ้านหมุน ไม่สามารถทรงตัวได้ ซึ่งนั่นก็เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแต่ไม่ทั้งหมดค่ะ เพราะโรคน้ำในหูไม่เท่ากันยังมีอาการผิดปกติที่สังเกตได้อีกหลายอย่าง และหากใครสงสัยว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อันตรายไหม โรคน้ำในหูไม่เท่ากันรักษายังไงให้หายขาด ตามมาดูข้อมูลที่เรานำมาฝากได้เลย



โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน คืออะไร

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า โรคมีเนีย (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของหูชั้นใน ซึ่งหูชั้นในของคนเรามีเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวและการได้ยินอยู่ และโดยปกติแล้วในหูชั้นในจะมีน้ำในปริมาณที่พอดีกับการทำงานของเซลล์ประสาท และมีการไหลเวียนถ่ายเทของน้ำในหูชั้นในตามปกติ ส่งผลให้เซลล์ประสาททำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวและการได้ยินอย่างมีประสิทธิภาพ

ทว่าหากมีการไหลเวียนของน้ำในหูผิดปกติไป เช่น การดูดซึมของน้ำในหูไม่ดี ทำให้น้ำในหูชั้นในมีปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม ก็จะส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ประสาทที่มีหน้าที่ควบคุมการทรงตัวและการได้ยินของคนเรา ทำให้เซลล์ตัวนี้ทำงานผิดปกติไปด้วย





โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร

สาเหตุของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ในทางการแพทย์ยังไม่สามารถอธิบายได้แน่ชัด เพียงแต่มีการสันนิษฐานว่า โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อาจเกิดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีปริมาณเกลือโซเดียมสูง อาหารรสเค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ความเครียด และการอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีเสียงดังอึกทึกมาก ๆ บ่อย ๆ

นอกจากนี้โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ยังอาจเป็นผลจากกลุ่มอาการมีเนีย เช่น โรคหูน้ำหนวก หรือโรคซิฟิลิสขั้นรุนแรงถึงขั้นเสี่ยงต่อภาวะหูหนวกได้ด้วยนะคะ

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ใครเสี่ยงบ้าง

โรคน้ำในหูไม่เท่ากันพบได้มากในกลุ่มคนอายุ 30-60 ปี โดยพบได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่ส่วนมากแล้วจะพบผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันในระยะเริ่มต้นในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 30 ปีเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางระบาดวิทยาของโรคนี้ยังมีน้อยในบ้านเราค่ะ



โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน อาการเป็นอย่างไร

อาการของผู้ที่ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่ใช่แค่อาการบ้านหมุน เวียนหัวเท่านั้นนะคะ แต่ยังสามารถสังเกตอาการได้ดังต่อไปนี้ด้วย

1. หูอื้อ ได้ยินไม่ชัด

อาการนี้เกิดจากประสาทหูที่เสื่อมไป โดยผู้ป่วยจะมีภาวะประสาทการได้ยินผิดปกติที่เรียกว่าประสาทเสียงเสีย ก่อให้เกิดอาการหูอื้อ ได้ยินไม่ค่อยชัด รู้สึกแน่นในหูแบบเป็น ๆ หาย ๆ บางครั้งการได้ยินดีขึ้น บางครั้งการได้ยินก็แย่ลง และหากไม่รักษา ประสาทการได้ยินเสียงก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ จนถึงขั้นหูหนวกได้ ทั้งนี้ความผิดปกติของการได้ยินอาจเกิดที่หูข้างเดียวในระยะแรกก่อน ต่อมาอาการอาจลามมาเป็นทั้งสองข้าง ร่วมกับมีอาการปวดหู หรือปวดศีรษะข้างที่เป็นด้วยได้

2. มีเสียงดังในหู

ผู้ป่วยจะมีอาการเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติ ร่วมกับมีอาการตึง ๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดันเกิดขึ้นข้างในหู

3. อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน

อาการเวียนศีรษะในผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมักจะเป็น ๆ หาย ๆ แต่ส่วนใหญ่จะเวียนหัวครั้งละไม่เกินครึ่งชั่วโมง หรือบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกเยอะร่วมด้วย อย่างไรก็ดี เมื่อมีอาการเวียนหัว บ้านหมุน ก็มักจะมีความผิดปกติทางประสาทการได้ยิน เช่น หูอื้อ หรือมีเสียงดังในหูเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ซึ่งอาการเวียนหัว บ้านหมุนก็มักจะเป็นอาการที่รบกวนผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากเมื่อเป็นขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ต้องนอนพักจนกว่าอาการเวียนศีรษะจะดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมักจะเกิดขึ้นทันทีทันใด และอาจมีอาการทุกวัน หรือบางคนก็นาน ๆ ครั้งจะเป็นก็ได้ ซึ่งตัวผู้ป่วยเองก็ไม่สามารถทำนายได้ด้วยว่าอาการน้ำในหูไม่เท่ากันจะเกิดขึ้นตอนไหน เมื่อไร แถมแต่ละครั้งที่เกิดอาการก็อาจนานเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ หรือบางครั้งมีอาการนานเป็นชั่วโมงก็ได้ เรียกได้ว่าอาการป่วยจะมากหรือน้อยไม่สามารถคาดเดาได้เลยในแต่ละครั้งที่โรคน้ำในหูมาป่วนร่างกาย และนอกจาก 3 อาการหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว บางเคสยังอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง และท้องเสียร่วมด้วยนะคะ




โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน รักษายังไง

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน สามารถแบ่งออกได้ 3 ระยะ ดังนี้

1. บรรเทาอาการด้วยการดูแลตัวเองในเบื้องต้น

อย่างที่บอกว่าอาการน้ำในหูจะเกิดขึ้นตอนไหนไม่มีใครทราบได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะ หรือบ้านหมุน ซึ่งสามารถดูแลตัวเองได้ตามนี้

- เมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะขณะเดิน ควรหยุดและนั่งพัก เพราะการฝืนเดินขณะเวียนศีรษะ อาจทำให้ผู้ป่วยล้ม เกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนถ้าอาการเวียนศีรษะเกิดขึ้นขณะขับรถ หรือขณะทำงาน ควรหยุดรถข้างทาง หรือหยุดการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเวียนศีรษะมากควรนอนบนพื้นราบที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น พื้น และผู้ป่วยควรมองไปยังวัตถุที่อยู่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหว

- รับประทานยาที่แพทย์ให้รับประทานเวลาเวียนศีรษะ

- พยายามอย่ารับประทานหรือดื่มมากนัก จะได้มีโอกาสอาเจียนน้อยลง

- หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเรือ เพราะจะทำให้มีอาการเวียนศีรษะมากขึ้นได้

- ถ้าอาการเวียนศีรษะน้อยลง แต่ยังรู้สึกง่วงหรือเพลีย แนะนำให้นอนหลับพักผ่อนอีกสักพัก

- หลีกเลี่ยงสารคาเฟอีน (ชา เครื่องดื่มน้ำอัดลม และกาแฟ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และความเครียด ซึ่งจะทำให้อาการของผู้ป่วยโรคนี้แย่ลง เนื่องจากจะไปลดเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน

- ควรจำกัดการบริโภคอาหารรสเค็ม เพราะความเค็มหรือเกลือโซเดียมที่มีปริมาณมากขึ้นในร่างกาย จะทำให้มีน้ำคั่งในร่างกาย และในหูชั้นในมากขึ้น อาจทำให้อาการผู้ป่วยแย่ลงได้



2. การรักษาด้วยยา

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาด้วยยาก็ได้นะคะ โดยแพทย์อาจจะจ่ายยาเพื่อรักษาตามอาการ ดังต่อไปนี้

- ให้ผู้ป่วยรับประทานยาขับปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้น้ำที่คั่งอยู่ในหูชั้นน้อยลดน้อยลงได้ และผู้ป่วยอาจมีอาการดีขึ้น

- ให้ยาบรรเทาอาการเวียนศีรษะ หรืออาการคลื่นไส้ อาเจียน

- ให้ยาขยายหลอดเลือด (ฮิสตะมีน) เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของน้ำในหูดีขึ้น

- ให้ยาในกลุ่มกล่อมประสาท หรือยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย และนอนหลับได้เป็นปกติ

3. รักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมักจะใช้กับเคสที่ผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้น แม้จะดูแลตัวเองตามข้างต้น และรักษาด้วยยาแล้วก็ตาม ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยระบายน้ำที่คั่งในหูชั้นใน ทั้งนี้การผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค และดุลยพินิจของแพทย์ โดยวิธีรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากันด้วยการผ่าตัด มีทางเลือกดังต่อไปนี้

- ผ่าตัดทำลายอวัยวะควบคุมการได้ยิน และการทรงตัวในหูชั้นใน (Labyrinthectomy) ซึ่งจะช่วยควบคุมอาการเวียนศีรษะได้ดี แต่ผู้ป่วยจะสูญเสียการได้ยินในข้างนั้นด้วย มักจะทำในผู้ป่วยที่สูญเสียการได้ยินในหูข้างนั้นมากแล้ว แต่ยังมีอาการเวียนศีรษะมากอยู่

- ผ่าตัดเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวในหูชั้นใน (Vestibular neurectomy) มักจะทำในผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะมาก แต่ยังมีการได้ยินดีอยู่

- การฉีดยาที่มีพิษต่อระบบประสาทหูและการทรงตัวเข้าไปในหูชั้นกลาง เพื่อให้ดูดซึมเข้าไปในหูชั้นใน เช่น Gentamycin ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพกลุ่ม Aminoglycoside เพื่อทำลายระบบประสาททรงตัว ทำให้อาการเวียนศีรษะน้อยลง แต่การได้ยินอาจเสียไปด้วย

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หายขาดหรือไม่

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จัดอยู่ในกลุ่มโรคมีเนีย ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ทว่าเราจะสามารถควบคุมอาการของผู้ป่วยได้ด้วยยา และการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเมื่อเกิดอาการ



โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ขึ้นเครื่องบินได้ไหม

รศ. นพ.ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลว่า อาการน้ำในหูไม่เท่ากันไม่ใช่โรคต้องห้ามขึ้นเครื่องบิน ดังนั้นจึงสามารถขึ้นเครื่องบินได้ หากไม่ตกหลุมอากาศก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือการนั่งเรือ เพราะการอยู่ในสภาพที่โคลงเคลงจะกระตุ้นให้เกิดอาการได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน หากจำเป็นต้องเดินทางโดยยานพาหนะ ไม่ว่าจะนั่งรถ เรือ หรือเครื่องบิน ควรพกยาติดตัวไปด้วย เพื่อจะได้ควบคุมไม่ให้อาการกำเริบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ป้องกันได้ไหม

เราสามารถป้องกันโรคน้ำในหูไม่เท่ากันได้โดยลดปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรค เช่น ลดการกินเค็ม ลดบริโภคชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกฮอล์ และอาหารที่มีคาเฟอีนทุกชนิด รวมไปถึงการพยายามทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด ไม่โหมงานจนมากเกินไป และพักผ่อนให้เพียงพอ

ทั้งนี้ในช่วงที่ร่างกายเป็นปกติ ไม่มีอาการของน้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่เกิดอาการเวียนศีรษะ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดส่วนที่จะไปเลี้ยงบริเวณหูชั้นใน ส่งผลให้ผู้ป่วยควบคุมอาการน้ำในหูไม่เท่ากันได้ดีขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
- คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
- ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย
- โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ