http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561

10 อาหารควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากกระตุ้นความเสี่ยงโรคมะเร็ง !






อาหารประเภทไหนที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้บ้าง หรืออาหารประเภทไหนที่เราควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เป็นมะเร็ง วันนี้เรามีคำตอบมาให้

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า โรคมะเร็ง คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยข้อมูลในปี พ.ศ. 2559 ระบุว่า มีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมากถึง 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไปกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งก็คือ อาหาร เนื่องจากอาหารต่าง ๆ ที่เรากินเข้าไปในทุกวันนี้บางชนิดก็มีสารพิษปนเปื้อนอยู่มาก ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ และเมื่อทานไปนาน ๆ ก็เป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็งได้



โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารที่มีไขมันสูง ผ่านความร้อนซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ๆ อาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และอาหารที่มีสารต้องห้าม นอกจากนี้พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดี อย่างการกินอาหารซ้ำ หรือการกินอาหารไม่สุก ก็เป็นสาเหตุที่ไปกระตุ้นโรคมะเร็งด้วย ฉะนั้นในวันนี้ เราจึงมีอาหาร 10 ประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง งด และลดปริมาณ เพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นจนเป็นโรคมะเร็งมาเตือนให้คนรักสุขภาพระวังในการรับประทานค่ะ

1. น้ำอัดลม




น้ำอัดลมประกอบไปด้วยน้ำ ก๊าซคาร์บอนิก และน้ำตาลจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน โดยโรคอ้วนจะทำให้ผู้หญิงผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นสารกระตุ้นให้เซลล์เนื้อเยื่อเต้านมแบ่งตัวเพิ่มขึ้น จนเจริญเติบโตผิดปกติ และหากร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตที่ผิดปกตินั้นได้ เซลล์เหล่านั้นก็อาจจะกลายเป็นมะเร็ง ดังนั้นการดื่มน้ำอัดลมมาก ๆ จึงเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้

2. แอลกอฮอล์



ถึงแม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ แต่ถ้าดื่มมากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดีแน่ ๆ เพราะอาจเพิ่มโอกาสหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก รวมทั้งโรคมะเร็งที่หลายคนกลัวกัน โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านมได้ แต่หากใครจำเป็นต้องดื่มจริง ๆ ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้เลือกดื่มไวน์จะดีกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมกับผู้หญิงคือวันละ 1 แก้ว ส่วนผู้ชายสามารถดื่มได้วันละ 2 แก้ว

3. อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารทอด หรือมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ



แม้มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบหรือ อาหารฟาสต์ฟู้ดอื่น ๆ จะมีรสชาติอร่อยถูกปาก ถูกใจใครหลายคน แต่ต้องระวังไว้หน่อยค่ะ เพราะอาหารกลุ่มนี้ก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งได้เช่นกัน เนื่องจากในมันฝรั่งทอดและอาหารฟาสต์ฟู้ดจะมีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และเกลือโซเดียมสูง ทานมาก ๆ นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงอีกต่างหาก แถมในระหว่างทอดในอุณหภูมิสูง ๆ ยังเกิดสารก่อมะเร็งอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ที่มาจากน้ำมันที่เติมไฮโดรเจน ซึ่งถ้าบริโภคมาก ๆ ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร หรือถ้าสูดดมเข้าไปมาก ๆ ในระหว่างที่ทำอาหารก็เสี่ยงเป็นมะเร็งปอด และยังทำลายระบบประสาทด้วย

4. ไขมันทรานส์



ไขมันทรานส์ (Trans Fat) คือ ไขมันที่เกิดจากการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้เป็นไขมันอิ่มตัว โดยการเติมไฮโดรเจนลงไปในน้ำมันพืช ซึ่งจะทำให้อาหารคงสภาพเดิม เก็บได้นาน ไม่เหม็น และมีรสชาติดีขึ้น พบมากในมาการีนที่เป็นส่วนผสมในของหวานและเบเกอรี่ต่าง ๆ เช่น โดนัท แครกเกอร์ บิสกิต คุกกี้ที่หลายคนโปรดปราน แต่รู้ไหมว่า หากทานเข้าไปมาก ๆ ไขมันทรานส์จะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-cholesterol) และไปลดคอเลสเตอรอลที่ดีลง (HDL- cholesterol) ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจมากขึ้น แถมไขมันทรานส์ยังมีส่วนเพิ่มอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งด้วย ทำให้ปัจจุบันนี้มีหลายประเทศประกาศห้ามใช้ไขมันทรานส์ในอาหารแล้วด้วยนะคะ

5. น้ำตาล แป้งขัดขาวและขนมปังขัดขาว



อาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล แป้งขัดขาว หรือขนมปังขัดขาว แทบไม่มีวิตามินแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลงเหลือให้ร่างกายเท่าไรเลยค่ะ เพราะจะเหลือก็เพียงแค่น้ำตาลกับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งถ้าทานมาก ๆ นอกจากความอ้วนจะถามหาแล้ว ยังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอีกต่างหาก เพราะคาร์โบไฮเดรตขัดขาวกลุ่มนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาลกลูโคสได้เร็วมาก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นไขมันเก็บสะสมในร่างกาย ตามมาด้วยความเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อนที่จะเพิ่มสูงขึ้น เพราะเมื่อไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ตับอ่อนก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างน้ำดีไปย่อยไขมัน อีกทั้งอาหารหวาน ๆ และแป้งขัดขาวยังจัดเป็นอาหารชั้นดีของเซลล์มะเร็ง ดังนั้นถ้าทานอาหารกลุ่มนี้มาก ๆ ก็เท่ากับเรากำลังเลี้ยงมะเร็งให้เติบโตอยู่ในร่างกายเลยนะ

แต่ถ้าใครชอบทานขนมปังจริง ๆ แนะนำให้เปลี่ยนมาทานขนมปังโฮลเกรนแทน เพราะมีผลวิจัยจาก American journal of epidemiology ระบุว่า การทานโฮลเกรนแทนแป้งขัดขาวสามารถช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนได้

6. เนื้อแดง เนื้อแปรรูป



เนื้อแดง และเนื้อแปรรูป เช่น แฮม ฮอตดอก ไส้กรอก กุนเชียง เบคอน มักจะมีดินประสิวเป็นส่วนประกอบ เพื่อถนอมเนื้อสัตว์ให้ดูน่ากิน คงสภาพเดิม ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและกันบูด แต่สารพวกนี้ก็ถือเป็นสารก่อมะเร็งด้วย นอกจากนี้ในเนื้อสัตว์ยังมีไขมันอิ่มตัวอยู่เยอะ เมื่อนำไปปรุงในอุณหภูมิที่ร้อนจัดสามารถทำให้เกิดสารก่อมะเร็งเอชซีเอ (Heterocyclic Amine - HCA) ซึ่งทำให้เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ดังนั้นจึงควรทานเนื้อแดง เนื้อแปรรูปให้น้อยลง หันมาบริโภคเนื้อสัตว์สีขาวให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สารก่อมะเร็งต่าง ๆ ไปสะสมในร่างกาย

7. อาหารเค็ม ดอง ปิ้ง ย่าง รมควัน



การบริโภคอาหารที่ใส่เกลือหรือดองด้วยเกลือในปริมาณมาก เพื่อให้มีรสชาติเค็ม นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งหลอดอาหาร นอกจากนี้จากการวิจัยและทดลองจากสัตว์ของ ดร.สตีเฟน ทอมป์สัน สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา ยังพบว่าเกลือเป็นสารโซเดียมคลอไรด์ ที่ถ้าร่างกายได้รับมากเกินไป ยังสามารถไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่โตได้ไวขึ้น

ส่วนอันตรายจากการปิ้ง ย่าง และรมควันนั้นมาจากการทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงจนก่อให้เกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) และอาจเกิดสารไพโรไลเซต (Pyrolysates) จากการไหม้ของเนื้อสัตว์ ซึ่งสารตัวนี้ร้ายแรงกว่าสารอะฟลาท็อกซิน 6-100 เท่า อาจทำให้เราเป็นมะเร็งได้ และหากอาหารที่นำมาปิ้ง ย่าง รมควัน เป็นอาหารทะเล ก็สามารถทำให้ได้รับสารไนโตรซามีน (nitrosamines) ที่เป็นสารก่อมะเร็งตับ และมะเร็งหลอดอาหารเพิ่มอีกด้วย

นอกเหนือจากนั้นอันตรายของการปิ้งย่างยังมาจากสารพีเอเอช (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon - PAH) ซึ่งมาจากน้ำของการเผาไหม้ไขมันในเนื้อสัตว์หยดลงไปที่ถ่าน จนเป็นควันพิษชนิดเดียวกับควันรถ หรือควันบุหรี่ลอยขึ้นมาติดกับเนื้อสัตว์ที่เรากิน ซึ่งถ้าบริโภคมาก ๆ อาจเกิดเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้เช่นกันค่ะ ทางที่ดีควรนำส่วนที่เป็นไขมันออกก่อนที่จะนำไปทำอาหาร ใช้ไฟที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไป และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้เตาไร้ควันจะดีที่สุด

8. อาหารที่ใส่สีผสมอาหาร



อาหารที่มีสีสันสดใส แม้จะดูน่าทาน แต่อาจแฝงโรคมะเร็งอยู่ก็เป็นได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วมักมีการเติมสีผสมอาหารลงไป ซึ่งเราไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่า สีสันนั้นมาจากสีผสมอาหารจริง ๆ หรือเป็นสีย้อมผ้าซึ่งพ่อค้าแม่ค้านิยมใช้ เพราะมีต้นทุนถูกกว่า โดยลืมนึกถึงอันตรายต่อสุขภาพของผู้ทาน ทำให้เราได้รับสารพิษต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว และเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

หรือในกรณีที่พ่อค้าแม่ค้าใส่สีผสมอาหารจริง ๆ อย่างสีผสมอาหารที่สังเคราะห์ทางเคมีลงไป แล้วเรากินมาก ๆ ก็ส่งผลไม่ดีต่อร่างกายอยู่ดี เพราในสีผสมอาหารที่สังเคราะห์ทางเคมีมีโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว ปรอท สารหนู โครเมียม และสังกะสีผสมอยู่ จึงไปสะสมในร่างกาย จนเป็นมะเร็งได้ ดังนั้นทางที่ดี ควรเลือกทานอาหารที่มีสีสันตามธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาดมากจนผิดปกติจะดีที่สุดค่ะ

9. อาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อรา ยาฆ่าแมลง และสารพิษ



แน่นอนว่าการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อรา ยาฆ่าแมลง และสารพิษต้องเป็นโทษต่อร่างกายแน่ โดยเฉพาะในเมล็ดธัญพืช อย่างพวกถั่วลิสง ข้าวโพด พริกแห้ง กระเทียม หอม และอาหารที่เก็บไว้นานเกินไป อย่างนมหรือขนมปัง เนื่องจากในอาหารประเภทนี้จะมีการปนเปื้อนของเชื้อราแอสเปอจิลลัส ฟลาวัส ซึ่งผลิตสารสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ที่เป็นอันตรายสูง เมื่อกินไปมาก ๆ จะไปสะสมที่ตับ ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้เลย ที่สำคัญ สารพิษตัวนี้ทนความร้อนสูงถึง 260 องศาเซลเซียส ในขณะที่ความร้อนในการทำอาหารของเราอยู่ที่ 100 องศาเซลเซียสเท่านั้น ดังนั้นความร้อนจากการทำอาหารจึงไม่สามารถทำลายสารอะฟลาท็อกซินได้

ในส่วนของพืชผักใบเขียวที่เราซื้อมาบริโภคควรเลือกซื้อที่ปราศจากยาฆ่าแมลง โดยสามารถสังเกตได้จากพืชที่ไม่สวยมากจนเกินไป มีรูบ้างเล็กน้อย แต่อย่ามากเกิน เพราะนั่นหมายความว่ายังมีแมลงไปเกาะอยู่บ้าง จึงปราศจากยาฆ่าแมลงหรือพวกสารพิษนั่นเอง และที่สำคัญคือ ต้องนำมาล้างให้สะอาดด้วยค่ะ

- 5 วิธีล้างผักลดสารพิษตกค้าง ทานได้ปลอดภัย หายห่วง

10. อาหารที่ใช้ทิชชูซับน้ำมัน



กระดาษทิชชูที่เราใช้กันตามบ้าน เป็นกระดาษที่ผลิตจากกระดาษหมุนเวียนใหม่ จึงมีสารไดออกซินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง หากนำมาใช้ซับอาหารก็ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งได้มากขึ้น เพราะเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ของกระดาษทิชชูจะติดอยู่บนอาหารที่เราทานเข้าไปด้วย นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตทิชชูยังใช้สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟในการผลิต และใช้สารคลอรีนฟอกสี ดังนั้น การนำทิชชูทั่วไปมาซับอาหารจึงสามารถทำให้เกิดมะเร็งรวมถึงโรคอันตรายอื่น ๆ ได้

ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 10 อย่างนี้แล้วจะห่างไกลจากมะเร็งนะคะ แต่เราควรต้องทานอาหารให้ครบหลักโภชนาการ ในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันโรคมะเร็ง และโรคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา, Naturalon, Eatthis, Thetruthaboutcancer

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ