http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

Acyclovir


Acyclovir


Acyclovir (อะไซโคลเวียร์) เป็นยาในกลุ่มต้านเชื้อไวรัส ที่ช่วยในการชะลอการเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ (Herpes Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเริม งูสวัด และโรคอีสุกอีใส เป็นยาที่ต้องใช้ภายในการควบคุมของแพทย์ และใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียง สามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ แต่ห้ามใช้ในสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรโดยไม่แจ้งให้แพทย์ทราบ



เกี่ยวกับยา Acyclovir
กลุ่มยา ยาต้านไวรัส (Antiviral)
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ สาเหตุของโรคอีสุกอีใส โรคงูสวัด และโรคเริม
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาฉีด ยาหยอด ยาทา และยาเม็ดรับประทาน




คำเตือนในการใช้ยา Acyclovir
ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา Acyclovir หรือยาวาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) ไม่ควรใช้ยานี้
ผู้ป่วยโรคไต หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไต ไม่ควรใช้ยานี้
ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นผลจากโรค หรือการใช้ยาอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ยานี้
ยานี้สามารถใช้ได้ในสตรีมีครรภ์แต่ก็ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ยาหากมีการตั้งครรภ์ หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ในระหว่างการใช้ยา
ยาชนิดนี้ห้ามใช้ในสตรีที่ให้นมบุตรเพราะตัวยาสามารถปนเปื้อนไปกับน้ำนมแม่และไปถึงทารกจนทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดได้
ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่ระบบประสาท มีภาวะขาดออกซิเจน มีความผิดปกติของตับ หรือระดับเกลือแร่ในร่างกาย ควรระมัดระวังในการใช้ยานี้

ปริมาณการใช้ยา Acyclovir

ยาฉีด

ป้องกันโรคเริมในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผู้ใหญ่ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-7 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง
เด็ก อายุมากกว่า 3 เดือน-12 ปี ให้ครั้งละ 250 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ร่างกาย 1 ตารางเมตร ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-10 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง



รักษาโรคไวรัสสมองอักเสบ (Herpes Simplex Encephalitis)


ผู้ใหญ่ 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง
เด็ก อายุมากกว่า 3 เดือน-12 ปี ให้ครั้งละ 500 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ร่างกาย 1 ตารางเมตร ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-10 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง

รักษาอาการโรคเริมที่อวัยวะเพศในครั้งแรก


ผู้ใหญ่ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-7 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง

รักษาโรคงูสวัด


ผู้ใหญ่ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง
เด็ก อายุมากกว่า 3 เดือน-12 ปี ให้ครั้งละ 250 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ร่างกาย 1 ตารางเมตร ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-10 วัน สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง 500 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ร่างกาย 1 ตารางเมตร ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5-10 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง

การติดเชื้อเริมในทารกแรกเกิด


เด็ก อายุ 0-3 เดือน 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ทุก ๆ 8 ชั่วโมง ติดต่อกัน 10 วัน โดยให้ทางหลอดเลือดดำติดต่อกันมากกว่า 1 ชั่วโมง

ยาหยอดตา

รักษาอาการตาอักเสบจากเริม
ใช้ยาหยอดตาขนาดความเข้มข้น 3% หยดลงที่บริเวณขอบตาล่างติดต่อกัน 5 ครั้ง ต่อวันโดยห่างกัน ครั้งละ 4 ชั่วโมง และใช้ติดต่อไปอีกอย่างน้อย 3 วันเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว

ยารับประทาน

รักษาโรคเริมที่กลับมาเป็นซ้ำ


ผู้ใหญ่ รับประทานวันละ 800 มิลลิกรัม โดยแบ่งเป็นวันละ 2-4 ครั้ง และสามารถลดขนาดลงเหลือ 400-600 มิลลิกรัม โดยการใช้ยาจะหยุดลงภายใน 6-12 เดือน เพื่อประเมินสภาพใหม่ หากเป็นการรักษาในระยะสั้น ๆ หรือในกรณีที่อาการกำเริบไม่บ่อย รับประทานครั้งละ 200 มิลลิกรัม 5 ครั้งต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน

รักษาอาการโรคเริมในครั้งแรก


ผู้ใหญ่ 200 มิลลิกรัม 5 ครั้งต่อวัน หากกันทุก ๆ 4 ชั่วโมงขณะตื่น ติดต่อกัน 5-10 วัน สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง รับประทานวันละ 400 มิลลิกรัม 5 ครั้งต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน
เด็ก
อายุต่ำกว่า 2 ปี ใช้ครึ่งหนึ่งของปริมาณผู้ใหญ่


อายุมากกว่า 2 ปี ใช้เทียบเท่าปริมาณของผู้ใหญ่

ป้องกันโรคเริมในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง


ผู้ใหญ่ 200-400 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน
เด็ก


อายุต่ำกว่า 2 ปี ใช้ครึ่งหนึ่งของปริมาณผู้ใหญ่
อายุมากกว่า 2 ปี ใช้เทียบเท่าปริมาณของผู้ใหญ่

รักษางูสวัด


ผู้ใหญ่ 800 มิลลิกรัม 5 ครั้งต่อวัน ติดต่อกัน 7-10 วัน

รักษาโรคอีสุกอีใส
ผู้ใหญ่ 800 มิลลิกรัม 4-5 ครั้งต่อวัน ติดต่อกัน 5-7 วัน
เด็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม สูงสุดที่ 800 มิลลิกรัมต่อครั้ง รับประทาน 4 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน

ยาทา

รักษาอาการเริมที่ผิวหนังและริมฝีปาก


ผู้ใหญ่ ใช้ครีมความเข้มข้น 5% ทาวันละ 5-6 ครั้ง ติดต่อกัน 10 วัน โดยเฉพาะช่วงระยะอาการนำ (Prodromal Period)

การใช้ยา Acyclovir

ยา Acyclovir เป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำและใบสั่งแพทย์เท่านั้น โดยไม่ควรใช้ยามากกว่า หรือน้อยกว่าปริมาณที่แพทย์สั่ง ซึ่งยานี้สามารถเริ่มใช้ได้ทันทีที่มีอาการของไวรัสเฮอร์พีส์(Herpes) เกิดขึ้น เช่น ตุ่มน้ำ อาการแสบร้อน หรือรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ เหมือนเข็มตำที่บริเวณผิวหนัง

ทั้งนี้ปริมาณการใช้ยาในแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงควรรีบแจ้งแพทย์ เพื่อให้ปริมาณยาที่ใช้เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด และในระหว่างการใช้ยา ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ไตยังสามารถทำงานได้เป็นปกติ

ควรใช้ยาที่แพทย์สั่งให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้อาการของโรคนั้นดีขึ้นและหายเป็นปกติ และไม่ควรใช้ยาในการรักษาการติดเชื้อไวรัสอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัด เป็นต้น

Acyclovir เป็นยาที่สามารถใช้ได้ในสตรีมีครรภ์ แต่ก่อนการใช้ยาผู้ป่วยจำเป็นจะต้องรับทราบถึงประโยชน์รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาที่อาจส่งผลถึงบุตรได้ เพื่อให้ผู้ป่วยเปรียบเทียบและตัดสินใจ สำหรับสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ยาชนิดนี้ถือเป็นยาที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากตัวยาอาจปนเปื้อนไปกับน้ำนมแม่ และส่งผลถึงบุตรได้

การเก็บรักษายาควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากความชื้นและความร้อน หากยามีลักษณะเปลี่ยนไปควรหยุดใช้และไปพบแพทย์ในทันที

ผลข้างเคียงจากยา Acyclovir

โดยส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงของยา Acyclovir ที่สามารถพบได้ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย ความอยากอาหารลดลง รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ และหากเป็นยาชนิดฉีดก็อาจมีอาการบวมแดง และอักเสบบริเวณที่ฉีดยาได้

นอกจากนี้ยังมีอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการปรับสภาพร่างกายจากการใช้ยา เช่น
ในกรณีที่ได้รับยาในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
ในการใช้ยาระยะยาวอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรือปวดศีรษะ

ทว่าหากอาการเหล่านี้เริ่มรุนแรงขึ้น จนไปรบกวนกับการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ เกิดจุดเลือดสีแดงหรือสีม่วงใต้ผิวหนัง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น ปัสสาวะไม่ออก รู้สึกเจ็บเวลาปัสสาวะ หรือปัสสาวะขัด เกิดอาการบวมที่ข้อเท้าและเท้า รู้สึกเหนื่อยง่าย และหายใจถี่ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

https://www.pobpad.com

สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com/
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ