http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

การดูแลสุขภาพสมอง


การดูแลสุขภาพสมอง









การดูแลสุขภาพสมอง

สมอง เป็นอวัยวะที่เปรียบเสมือนกับหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ คอยออกคำสั่งเพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการมองการได้ยิน การรับกลิ่น การรับรส และการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ความสามารถในการเรียนรู้ และจดจำ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเกิดจากการทำงานของสมองทั้งสิ้น สมองจึงเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนอย่างมาก โดยประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทจำนวนกว่าแสนล้านเซลล์ประสานกันเป็นร่างแห เพื่อใช้ในการติดต่อและส่งคำสั่งระหว่างกัน ยิ่งภายในสมองมีร่างแหของเซลล์ประสาทมากเท่าใด ก็จะยิ่งสะท้อนถึงความชาญฉลาดของสมองผู้นั้น

ในการดูแลสมอง จำเป็นต้องเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง ส่วนประกอบของสมองมากกว่าร้อยละ 60 เป็นไขมันที่หุ้มเส้นใยประสาท ทำให้เกิดการขนส่งกระแสประสาทในสมองและช่วยเพิ่มความจำ และในกระบวนการส่งกระแสประสาทต่างๆ นั้น สมองยังต้องการสารอาหารบางอย่างเป็นกลไกสำคัญให้สมองทำงานได้มีประสิทธิภาพ ถ้าเราสามารถเลือกรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์กับสมอง ก็จะทำให้สมองทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



นํ้ามันปลา (Fish Oil)

นํ้ามันปลาเป็นสารอาหารประเภทไขมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันในกลุ่ม โอเมก้า-3 (Omega-3-polyunsaturated fatty acid) ซึ่งมีกรดไขมันจำเป็นอยู่ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic acid) และ DHA (Docosahexaenoic acid) มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง โดยเฉพาะ DHA

โดยพบว่าผู้ที่ได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ไม่เพียงพอจะทำให้มีอาการซึมเศร้า ความจำและความสามารถในการเรียนรู้ลดลง ไอคิวต่ำ และอาจมีอาการทางจิตอื่นๆ ในทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโต มีความต้องการดีเอชเอ (DHA) เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการสมอง และสายตา เนื่องจาก 40% ของกรดไขมันในสมอง และ 60% ของกรดไขมันในประสาทตา คือ ดีเอชเอ (DHA) กรณีที่ได้รับไม่เพียงพอ จะทำให้สมองมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ เช่น สมองมีขนาดเล็ก และมีผลต่อการมองเห็น กรดไขมันโอเมก้า-3 มีมากในปลาทะเลทุกชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล

สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง เสริมความจำ เพื่อการทำงานของสมองที่มีประสิทธิภาพ ควรได้รับสารอาหารกลุ่มโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลา (EPA+ DHA) วันละ 400-1,800 มิลลิกรัมต่อวัน




เลซิติน (Lecithin)

เป็นหนึ่งในสารอาหารธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยสารโคลีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสาร สื่อประสาทที่ชื่อ อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งช่วยให้การทำงานของสมองและความจำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น



นอกจากเลซิตินแล้ว เรายังได้รับสารอาหารกลุ่มโคลีนจากอาหาร จำพวกไข่แดง ถั่ว ข้าวไม่ขัดสี ตับ เนื้อสัตว์ต่างๆ ปลา นม เนยแข็ง และผักโดยเฉพาะ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสมอง หรือเสริมการทำงานของสมอง ควรได้รับเลซิตินวันละ 1,200-2,400 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ควรได้รับเลซิตินวันละ 3,600 มิลลิกรัมต่อวัน



โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyne Q10)

ในทุกเซลล์ของร่างกายที่มีชีวิต โคเอนไซม์ คิวเทน มีความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ พบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง โดยเฉพาะหัวใจและสมอง ซึ่งหากขาดโคเอนไซม์คิวเทน จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานไปอย่างมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมองทำงานผิดปกติ นอกจากความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ต่างๆ แล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า ระดับโคเอนไซม์คิวเทน ในสมองของคนเราจะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ซึ่งพบว่าผู้ป่วยดังกล่าวจะมีปริมาณ โคเอนไซม์คิวเทน ในสมอง ลดลง และเมื่อให้โคเอนไซม์คิวเทนเพิ่มเข้าไปแล้ว สามารถช่วยให้อาการต่างๆ ดีขึ้น และยังช่วยชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าลงได้อีกด้วยซึ่งในแต่ละวันเราควรได้รับ 50 มิลลิกรัมขึ้นไปเพื่อป้องกันความเสื่อมของสมองแต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางสมองนั้น ควรได้รับวันละ 100-150 มิลลิกรัม



วิตามินอี (Vitamin E)

เนื่องจากคุณสมบัติของวิตามินอี ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายได้ดีในไขมัน จึงสามารถเข้าไปทำงานในสมองที่มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน และปกป้องเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดความผิดปกติของระบบประสาท ป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม และยังช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้ โดยมีการวิจัยพบว่าการรับประทานวิตามินอี สามารถป้องกัน ลดความรุนแรง และชะลอการดำเนินของโรคทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสันได้ โดยในแต่ละวันเราควรได้รับวิตามินอี อย่างน้อยวันละ 400 ยูนิตขึ้นไป จึงจะเพียงพอต่อการปกป้องสมอง



วิตามินบีรวม (B Group Vitamins)

วิตามินบี เป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อสมอง ระบบประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องสมบูรณ์

วิตามินบีสำคัญต่อการสร้างพลังงานให้กับสมองและระบบประสาท ทำให้สมองปลอดโปร่ง โล่งสบาย อารมณ์ดีขึ้น และช่วยผ่อนคลายภาวะความเครียด โดยกลุ่มวิตามินบีที่จำเป็นมี 10 ชนิด ประกอบด้วย

• วิตามินบี 1

• บี 2

• ไนอะซิน (บี 3)

• แพนโทธีนิก แอซิด (บี 5)

• บี 6

• ไบโอติน (บี 7)

• อินโนซิทอล(บี 8)

• โฟลิกแอซิด (บี 9)

• โคลีน(บี 11)

• บี 12

แหล่งของวิตามินบี ส่วนใหญ่ได้จาก ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ตถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว โดยร่างกายควรจะได้รับวิตามินบีแต่ละชนิด 25-300 มิลลิกรัมต่อวัน ยกเว้น วิตามินบี 7 วิตามิน บี 9 และวิตามินบี 12 ควรได้รับวันละ 25-300 ไมโครกรัม



สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo Biloba)

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย มีคุณสมบัติช่วยการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงที่สมอง ส่งผลให้นำพาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท จึงช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ เสริมความจำ ความคิดและการเรียนรู้ได้ สำหรับผู้ที่อายุมากขึ้นและเริ่มหลงลืม ขนาดรับประทานที่แนะนำเพื่อบำรุงสมอง คือ วันละ 40-80 มิลลิกรัม และการรักษาภาวะสมองเสื่อมขั้นเริ่มต้น แนะนำให้รับประทาน วันละ 120 มิลลิกรัม โดยควรเลือกสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่มีการสกัดที่ได้มาตรฐานเพื่อจะได้สัดส่วนของสารสำคัญที่เหมาะสมในการดูแลสมอง


หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ