http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สัก อันตรายหรือไม่


สัก อันตรายหรือไม่ ศึกษาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ



แม้การสักบนเรือนร่างได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น แต่ก็นับว่าเสี่ยงเป็นอันตรายต่อร่างกายมากเช่นเดียวกัน เพราะอาจเกิดอาการแพ้ การติดเชื้อ และปัญหาสุขภาพร้ายแรงต่าง ๆ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสักควรศึกษาข้อมูล ความปลอดภัยและอันตรายต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจสัก เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้



การสักปลอดภัยหรือไม่ ?

ในประเทศไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายังไม่ได้กำหนดให้หมึกสำหรับสักลายเป็นเครื่องสำอางตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอางปี 2558 โดยมีมติเห็นว่า หมึกสีที่ใช้ในการสักไม่เป็นวัตถุที่ส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นได้ออกข้อกำหนดให้สถานประกอบการการสักเป็นกิจการที่ต้องควบคุมในท้องถิ่น เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ

แม้กรมอนามัยได้ออกหนังสือเรื่องคู่มือการปฏิบัติงานควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพื่อให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบและปฏิบัติงาน แต่การสักลายก็อาจเสี่ยงต่อสุขภาพได้ เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานของรัฐรับรองความปลอดภัยของเครื่องมือและสีที่ใช้ในการสักอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสักควรตระหนักถึงความปลอดภัยและผลที่อาจเกิดขึ้นตามมา เพราะรอยสักจะอยู่บนผิวหนังไปตลอดชีวิต ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพบางอย่าง เช่น งานราชการ หรืองานบริการที่ต้องใช้ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ถึงแม้จะมีวิธีลบรอยสักด้วยเลเซอร์ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ผิวหนังกลับมาเนียนใสเหมือนเดิมได้ และอาจต้องมีค่าใช้จ่ายที่แพงมากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หากตัดสินใจสัก ควรเลือกใช้บริการจากร้านสักที่น่าเชื่อถือและสะอาดถูกสุขอนามัย มีช่างสักที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และช่างต้องใส่ถุงมือคู่ใหม่ทุกครั้งที่สักให้ลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ อุปกรณ์สำหรับสักลาย เช่น เข็มสัก หมึกสี ถาดรอง รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ บางอย่างต้องผ่านการฆ่าเชื้อและไม่ใช้ซ้ำกับลูกค้ารายอื่น ส่วนโต๊ะ เตียง และอ่างล้างมือ ควรได้รับการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนใช้เสมอ

อันตรายจากการสัก

การสักอาจช่วยเพิ่มเสน่ห์และความพึงพอใจให้แก่เจ้าของรอยสัก แต่ก็มีความเสี่ยงทำให้ผู้ที่สักเผชิญปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้เช่นกัน โดยอันตรายที่อาจเกิดจากการสัก ได้แก่
การแพ้ การสักหมึกสี โดยเฉพาะหมึกสีแดง เขียว เหลือง และน้ำเงิน อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองและแพ้ได้ โดยอาจมีผื่นคันบริเวณรอบรอยสัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังการสักไม่นาน หรืออาจเกิดหลังจากสักมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว
การติดเชื้อแบคทีเรีย หากรับการสักจากอุปกรณ์เครื่องสักและเข็มสักที่ไม่ได้รับการฆ่าเชื้อ หรือเข้ารับบริการในร้านสักลายที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ผิวหนังเกิดการติดเชื้อหลังการสักได้ โดยอาจทำให้ป่วยด้วยวัณโรค หรือโรคติดเชื้อแบคทีเรียสตาฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus) ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อดังกล่าวจะมีตุ่มฝีหนองขึ้นตามผิวหนัง
การติดเชื้อไวรัส การเข้ารับบริการจากร้านสักลายที่ใช้เครื่องมือสักและเข็มที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสผ่านทางเลือด ซึ่งอาจส่งผลให้ป่วยเป็นโรคติดต่ออันตราย เช่น การติดเชื้อเอชไอวี บาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นต้น
การเกิดคีลอยด์ การสักลายอาจทำให้เกิดแผลเป็นคีลอยด์ซึ่งเป็นแผลเป็นนูนที่อาจขยายขนาดและสร้างความเจ็บปวด คัน หรือระคายเคืองได้ โดยคีลอยด์อาจเกิดจากกระบวนการสร้างแผลเป็นเพื่อซ่อมแซมแผลและป้องกันแผลจากการบาดเจ็บหลังการสัก
การอักเสบแบบแกรนูโลมา หลังรับการสัก ผิวหนังอาจเกิดการอักเสบแบบแกรนูโลมา (Granulomas) โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ รอบรอยสัก ซึ่งอาจเกิดจากการระคายเคืองของผิว หรือปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารเคมีและหมึกสีที่ใช้ในการสัก ซึ่งอาจปรากฏอาการในหลายเดือนหรือหลายปีภายหลังจากการสัก
อาการแทรกซ้อนจากการตรวจ MRI การสักอาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่มีรอยสักบวมและเจ็บแสบขณะเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอได้ นอกจากนี้ รอยสักขนาดใหญ่อาจรบกวนการถ่ายภาพอวัยวะต่าง ๆ ด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอจนทำให้ภาพถ่ายมีความคมชัดต่ำได้ด้วยเช่นกัน

ดูแลรอยสักอย่างไรให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ?

หลังสักเสร็จแล้ว เพื่อความคงทนของรอยสัก และป้องกันการติดเชื้อที่นำไปสู่การเจ็บป่วยต่าง ๆ ควรดูแลรอยสักด้วยวิธีต่อไปนี้
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่างสักได้ใช้ปิโตรเลียมเจลลี่ทาลงบริเวณรอยสักและปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลเรียบร้อยแล้ว
ลอกพลาสเตอร์ออกหลังจากปิดแผลนาน 24 ชั่วโมง จากนั้นล้างแผลด้วยสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียและน้ำสะอาด แล้วจึงซับแผลให้แห้ง
ทาขี้ผึ้งที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียบริเวณรอยสักวันละ 2 ครั้ง โดยไม่ต้องปิดพลาสเตอร์
ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แล้วทาขี้ผึ้งเพื่อรักษาความชุ่มชื้น โดยทำต่อเนื่องนาน 2-4 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่อาจเสียดสีกับบริเวณที่สัก
หลีกเลี่ยงการออกแดด การอาบน้ำอุ่น และการว่ายน้ำเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้หมึกสีบริเวณรอยสักจางลง ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคอื่น ๆ
ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกสะเก็ดแผลบริเวณรอยสัก เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และหากมีสัญญาณของการติดเชื้อเกิดขึ้น เช่น ผิวหนังหยาบ มีผื่นคัน และปรากฏรอยแดงรอบรอยสัก ควรไปพบแพทย์ทันที

https://www.pobpad.com/
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com/
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ