http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

น้ำมันมะกอก มีประโยชน์จริงหรือ ?


น้ำมันมะกอก มีประโยชน์จริงหรือ ?



น้ำมันมะกอก (Olive Oil) เป็นน้ำมันธรรมชาติที่สกัดจากผลของต้นมะกอก ผู้คนนิยมนำน้ำมันมะกอกมาใช้ประกอบอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายรูปแบบ เช่น การผลิตสบู่ พลาสเตอร์ น้ำมันนวด วัสดุอุดฟัน และล่าสุดได้มีการผลิตน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil) ขึ้นมา โดยเชื่อว่ามีคุณสมบัติและประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันมะกอกทั่วไป เพราะน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากน้ำมันมะกอกทั่วไป คือ ผ่านการสกัดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ทำให้คงคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์ไว้ได้มากกว่าน้ำมันมะกอกที่ผลิตด้วยวิธีทั่วไปนั่นเอง นอกจากกรรมวิธีการสกัดแล้ว ในกระบวนการผลิตน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ อาจเติมสารเคมีจำพวกสารอนุมูลอิสระ เพื่อต้านการหืน เป็นประโยชน์ต่อการเก็บผลิตภัณฑ์ได้นาน แต่อาจทำให้รสชาติไม่ดีเท่าสารสกัดแต่ดั้งเดิม



สารทางธรรมชาติในน้ำมันมะกอกอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย จึงมีการค้นคว้าหาคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกในเชิงการแพทย์และการรักษา โดยสารสำคัญที่พบในน้ำมันมะกอก ได้แก่ กรดไขมันต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ที่จะช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากระดับไขมันในเลือดสูงอย่างโรคหัวใจด้วย และในน้ำมันมะกอกบางชนิดอาจประกอบด้วยสารพฤกษเคมี (Phytonutrients) ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันโรคต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารหรือสารเคมีชนิดใด รวมทั้งน้ำมันมะกอก ย่อมส่งผลต่อร่างกายไม่มากก็น้อย และไม่ในทางบวกก็ในทางลบ ดังนั้น ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่าอาหาร อาหารเสริม ยา หรือสารใด ๆ สามารถส่งผลต่อตนเองได้อย่างไรบ้าง

ตัวอย่างในการค้นคว้าเกี่ยวกับประสิทธิผลของน้ำมันมะกอกในแต่ละด้าน

คุณประโยชน์ที่เป็นไปได้ของน้ำมันมะกอก

ภาวะไขมันในเลือดสูงและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

จากการวิเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลของน้ำมันมะกอก 15 กรณีศึกษา ที่มีผู้เข้ารับการทดลองกว่า 1,053 ราย พบว่าน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อาจมีความสัมพันธ์ต่อการลดระดับไขมันในเลือดรวม (Total Cholesterol) ในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงได้ ช่วยป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ และอาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction)

ในขณะที่อีกงานวิจัยหนึ่งได้ทำการทดลองประสิทธิผลของการบริโภคน้ำมันมะกอกต่อการทำงานของหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มทดลองผู้ชายที่มีภาวะอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน 28 คน พบว่าการบริโภคน้ำมันมะกอกไม่มีผลต่อการทำงานของหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี กลับไม่พบประสิทธิผลดังกล่าวในน้ำมันมะกอกที่ไม่ได้ถูกสกัดมาแบบบริสุทธิ์ และการค้นคว้าถึงประสิทธิผลในด้านการลดระดับไขมันในเลือดที่อาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคหัวใจชนิดต่าง ๆ ควรดำเนินต่อไป เพื่อหาข้อพิสูจน์เป็นหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการรักษาโรคได้ในอนาคต

ลดน้ำหนัก

จากการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักตัวระหว่างการบริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไปกับอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทดลองในผู้ที่รอดชีวิตหลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 44 ราย หลังการทดลองกว่า 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป

อีกหนึ่งกรณีศึกษา ที่ทำการทดลองโดยให้ผู้ทดลองเพศชาย 11 คน บริโภคโยเกิร์ตไขมันต่ำเปรียบเทียบกับโยเกิร์ตไขมันต่ำที่ผสมสารแต่งกลิ่นน้ำมันมะกอก จากนั้นจึงวิเคราะห์ผลด้วยภาพฉายจากMRI Scan ที่แสดงปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนต่าง ๆ พบว่า การบริโภคโยเกิร์ตไขมันต่ำที่ผสมสารแต่งกลิ่นน้ำมันมะกอกอาจกระตุ้นประสาทรับรู้ในสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไขมันในร่างกาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการบริโภคไขมันโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม การวิจัยดังกล่าวเป็นการทดลองในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก การค้นคว้าถึงประสิทธิภาพในด้านการลดน้ำหนักของน้ำมันมะกอกที่อาจเป็นผลดีต่อผู้ที่มีภาวะอาการต่าง ๆ ควรดำเนินต่อไป เพื่อหาข้อพิสูจน์เป็นหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจนที่สามารถใช้เป็นแนวทางในการบำบัดรักษาในอนาคตได้

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว

เมื่อวิเคราะห์จากงานทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพในเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,705 คน ที่ได้ทดลองบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษเป็นส่วนผสม พบว่าการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความดันโลหิตสูง

ในการทดลองหาประสิทธิผลของสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ในน้ำมันมะกอกต่อการลดความดันโลหิตและการทำงานของหลอดเลือดหัวใจในหญิงสาวที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับไม่รุนแรง ผลลัพธ์ที่ได้แสดงถึงประสิทธิผลของสารโพลีฟีนอลในน้ำมันมะกอกที่สามารถลดระดับความดันโลหิตในกลุ่มทดลองลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยระดับความดันซิสโตลิกที่ลดลง คือ 7.91 มิลลิเมตรปรอทในขณะที่ความดันไดแอสโตลิกลดลง 6.65 มิลลิเมตรปรอท และอาจช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับไม่รุนแรง

กลุ่มอาการเมตาบอลิก

งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกที่มีผลต่อระดับไขมันในเลือดและภาวะเครียดออกซิเดชันในผู้ป่วย 102 รายที่มีกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) หรือภาวะอ้วนลงพุง พบกว่าการบริโภคน้ำมันมะกอกพร้อมกับน้ำมันปลาที่มีโอเมก้า-3 จะช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมไขมัน ซึ่งเป็นการช่วยลดระดับไขมันรวมและไขมันชนิดไม่ดี และยังพบว่าอาจช่วยลดปฏิกิริยาการเกิดอนุมูลอิสระในผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิกได้

ท้องผูก

จากการศึกษาประสิทธิผลระยะสั้นของน้ำมันมะกอกด้านการบำบัดรักษาภาวะท้องผูก ในผู้ป่วยที่กำลังเข้ารับการฟอกไต 50 ราย เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า การใช้น้ำมันมะกอกในการรักษามีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ ในภาวะท้องผูกดีขึ้น อย่างความรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายลำบาก ดังนั้น การใช้น้ำมันมะกอกเป็นประจำทุกวันอาจเป็นประโยชน์ต่อการขับถ่ายในผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูก

อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้เป็นเพียงผลการทดลองในระยะสั้น จึงควรมีการค้นคว้าทดลองในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอันเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนรักษาโรคและอาการที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต

การต้านอนุมูลอิสระ

จากการวิจัยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่มีสารไลโคปีน (Lycopene) ถึงประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ในกลุ่มทดลอง 3 ช่วงอายุ คือ วัยหนุ่มสาว (อายุ 25-30 ปี) วัยกลางคน (อายุ 35-55 ปี) และวัยชรา (อายุ 65-85 ปี) พบว่า การบริโภคน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะแก่ผู้ทดลองวัยกลางคนและวัยชรา ในขณะที่น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่มีสารไลโคปีนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะให้สูงขึ้นได้ทั้งใน 3 กลุ่มอายุ ซึ่งประสิทธิผลของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์นี้ อาจช่วยป้องกันหรือต้านทานโรคและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดออกซิเดชันซึ่งสร้างสารอนุมูลอิสระได้ด้วย

ดังนั้น จึงควรมีการศึกษาในด้านดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อไป

การติดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร

จากการวิเคราะห์ตัวอย่างกรณีศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิผลทางการรักษาของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร (H. Pylori) ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้ารับการทดลองกว่า 60 ราย หลังการทดลองด้วยการใช้น้ำมันมะกอกในผู้ป่วยเหล่านี้ จึงทำการตรวจหาแบคทีเรียในกระเพาะอาหารผ่านทางลมหายใจ (Urea Breath Test) ผลปรากฏว่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์มีประสิทธิภาพระดับปานกลางที่ระดับ 10 และ 11% ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เอช ไพโลไร ที่ 4-6 สัปดาห์ หลังได้รับน้ำมันมะกอกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน

แม้จะมีประสิทธิผลที่ปรากฏบางประการ แต่การค้นคว้าทดลองต่อไปถึงประสิทธิผลของน้ำมันมะกอกก็ยังคงมีความจำเป็น เพื่อให้ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงประสิทธิผลของน้ำมันมะกอก ทั้งในการทดลองระยะยาว และในการทดลองที่ใช้น้ำมันมะกอกหลากหลายชนิดต่อไป

สมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน หรือยังพิสูจน์ได้ไม่แน่ชัด

ผิวแตกลาย

การทดลองหนึ่งที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำมันมะกอกในการลดการเกิดผิวแตกลายในผู้หญิงตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 ที่ไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน จากผู้ทดลองทั้งสิ้น 360 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ใช้น้ำมันมะกอก กลุ่มที่ใช้ครีมรักษาชนิดหนึ่ง และกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ใช้ครีมหรือน้ำมันชนิดใด ๆ ผลลัพธ์คือ ไม่ปรากฏประสิทธิผลทางการรักษาผิวแตกลายที่มีนัยสำคัญในผู้รับการทดลองทั้ง 3 กลุ่ม

อีกการทดลองหนึ่งที่ทดลองในผู้หญิงตั้งครรภ์ 100 คนที่ไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน พบว่าน้ำมันมะกอกช่วยลดระดับการแตกลายของผู้ที่มีผิวแตกลายระดับรุนแรง แต่การลดระดับความรุนแรงในการแตกลายของผิวดังกล่าวก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้อย่างเพียงพอ หรือมีนัยสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดในการป้องกันการเกิดผิวแตกลายได้แต่อย่างใด

ส่วนผู้บริโภคที่ต้องการใช้น้ำมันมะกอกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกบำรุงสุขภาพในด้านต่าง ๆ ควรศึกษาข้อมูลของส่วนประกอบ ปริมาณการใช้งาน และวิธีการในการบริโภคให้ดีก่อนเสมอ หากมีข้อสงสัย ควรสอบถามและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการนำไปใช้หรือการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีภาวะอาการป่วย ควรเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนที่แพทย์กำหนด ไม่ควรใช้อาหารหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ รักษาอาการป่วยด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ความปลอดภัยในการใช้น้ำมันมะกอก

แม้จะมีการพิสูจน์ถึงคุณประโยชน์ในบางด้านที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้น้ำมันมะกอก แต่ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันมะกอกและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยอาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ในภายหลัง

ผู้บริโภคทั่วไป
น้ำมันมะกอกสามารถรับประทานได้ และไม่ก่อให้เกิดอันตราย หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมโดยประมาณ ที่ 14% ของแคลอรี่ที่บริโภคในแต่ละวัน คือ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ/วัน (28 กรัม) และสูงสุดที่ 1 ลิตร/สัปดาห์
การใช้น้ำมันมะกอกกับผิวหนังในปริมาณที่พอดี ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
การใช้น้ำมันมะกอกกับผิวหนัง อาจเกิดผลข้างเคียงตามมา เป็นอาการแพ้หรือผิวหนังอักเสบได้ในบางราย

ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่ตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร: แม้จะยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ด้านความปลอดภัยในการใช้น้ำมันมะกอกของผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่กำลังให้นมบุตร แต่ผู้บริโภคในกลุ่มนี้ควรระมัดระวังในการใช้น้ำมันมะกอก และไม่บริโภคน้ำมันมะกอกเกินปริมาณที่ได้จากการรับประทานอาหาร
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน: น้ำมันมะกอกอาจส่งผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงที่ใช้น้ำมันมะกอก เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด: เนื่องจากน้ำมันมะกอกอาจส่งผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระหว่างการผ่าตัดและในช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัด ดังนั้น ผู้ป่วยควรหยุดใช้น้ำมันมะกอกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ