http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย เลือดออกทางช่องคลอด


ความหมาย เลือดออกทางช่องคลอด


เลือดออกทางช่องคลอด (Vaginal Bleeding) คือภาวะสุขภาพบริเวณช่องคลอดผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะมีเลือดออกทางช่องคลอดทุกเดือน หรือที่เรียกว่าประจำเดือน แต่ในกรณีที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนนั้นอาจแสดงถึงปัญหาสุขภาพได้



ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกัน ได้แก่
เลือดออกทางช่องคลอดปกติ (Normal Vaginal Bleeding) เป็นเลือดของประจำเดือน ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละช่วงรอบเดือน เนื่องจากร่างกายของผู้หญิงมีรังไข่บริเวณปีกมดลูก รูปร่างคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ ทำหน้าที่ผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ในแต่ละช่วงรอบเดือนจะปล่อยไข่ออกมาที่ท่อนำไข่เพื่อปฏิสนธิกับอสุจิ แต่หากไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ เยื่อบุมดลูกที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับตัวอ่อนจะสลายออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาของรอบเดือนแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน อาจมีประจำเดือนตั้งแต่ 3-10 วัน และเกิดขึ้นทุก 21-35 วัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ อายุ ความเครียด การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และพันธุกรรม
เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ (Abnormal Vaginal Bleeding) เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน โดยมีเลือดออกทางช่องคลอดมากหรือน้อยเกินไป หรือเลือดออกผิดปกติ เช่น มีเลือดทางช่องคลอดก่อนอายุ 9 ปี เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ เลือดออกหลังเข้าวัยทอง เป็นต้น ซึ่งสาเหตุของเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติมีได้หลายอย่าง ผู้ที่มีเลือดออกลักษณะนี้ควรพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาต่อไป

อาการเลือดออกทางช่องคลอด

ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ อาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี ได้แก่ เลือดออกทั้งที่ยังไม่ถึงวัยมีประจำเดือนหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือนแล้ว เลือดออกในช่วงที่ไม่มีรอบเดือน เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดและมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุและรับการรักษาทันที
ปวดบริเวณท้องหรืออุ้งเชิงกรานอย่างรุนแรงเฉียบพลัน
เลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมากผิดปกติขณะมีประจำเดือน จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 2 ชั่วโมง
วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
มีไข้
อาการเลือดออกทางช่องคลอดแย่ลง หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดนานกว่า 1 สัปดาห์

สาเหตุของเลือดออกทางช่องคลอด

การมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนถือว่าผิดปกติ โดยเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ดังนี้
ฮอร์โมนไม่สมดุล เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการทำงานของรอบเดือน หากระดับของฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่สมดุลกันอาจทำให้เลือดออกทางช่องคลอดได้ โดยสาเหตุของความไม่สมดุลนั้นมีหลายอย่าง ได้แก่
รังไข่ทำงานผิดปกติ หรือเกิดภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome)
ต่อมไทรอยด์มีปัญหา
เริ่มใช้หรือหยุดใช้ยาคุมกำเนิด ผู้ที่เริ่มใช้ยาคุมกำเนิดอาจมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วง 3 เดือนแรก รวมทั้งอาจมีเลือดออกได้ในกรณีที่รับประทานยาคุมไม่ตรงเวลากันในแต่ละวัน ยาคุมกำเนิดที่ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ได้แก่ ยาคุมแบบเม็ด ห่วงคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด ยาฝัง และยาฉีดคุมกำเนิด
ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนเป็นเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งควรไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ การตกเลือดหรือมีเลือดออกทางช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์ไม่ได้เกิดจากภาวะแท้งบุตรเสมอไป แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ท้องนอกมดลูก หรือรกเกาะต่ำ นอกจากนี้ ผู้ที่คลอดบุตรหรือทำแท้งอาจมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกได้เช่นกัน เนื่องจากมดลูกยังไม่หดรัดตัวหรือเนื้อเยื่อของตัวอ่อนยังค้างอยู่ในมดลูก
เนื้องอกในมดลูก เป็นเนื้องอกที่เติบโตขึ้นอย่างผิดปกติในมดลูก แต่จะไม่กลายเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง
การติดเชื้อ ผู้ที่ติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์อาจมีเลือดออกทางช่องคลอด เนื่องจากภาวะดังกล่าวก่อให้เกิดการอักเสบและมีเลือดออกได้ โดยสาเหตุของการติดเชื้ออาจมีดังนี้
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การสวนล้างช่องคลอด
การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่
การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID) ก่อให้เกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่มดลูก ท่อนำไข่ หรือรังไข่
มะเร็ง เป็นสาเหตุของการมีเลือดออกทางช่องคลอดที่พบได้ไม่บ่อยนัก โดยผู้ป่วยมะเร็งที่อวัยวะบางส่วนของร่างกายอาจส่งผลให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ เป็นต้น

นอกจากนี้ การมีเลือดออกทางช่องคลอดแบบผิดปกติยังอาจเกิดจากสาเหตุนอกเหนือจากข้างต้น เช่น การสอดสิ่งของเข้าไปภายในช่องคลอด การถูกทารุณกรรมทางเพศ เครียดมากเกินไป หักโหมออกกำลังกาย ป่วยเป็นเบาหวาน ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไทรอยด์ น้ำหนักขึ้นหรือลงผิดปกติ เป็นต้น

การวินิจฉัยเลือดออกทางช่องคลอด

ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยสาเหตุ โดยแพทย์จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรอบเดือน ลักษณะของการมีเลือดออกทางช่องคลอด รวมทั้งอาการหรือประวัติเจ็บป่วยอื่น ๆ และอาจมีการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
ตรวจอุ้งเชิงกราน ผู้ป่วยที่ประจำเดือนมาไม่ปกติจำเป็นต้องตรวจร่างกายและรับการตรวจภายใน โดยเน้นตรวจการทำงานของไทรอยด์ เต้านม และบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยการตรวจอุ้งเชิงกราน จะช่วยวินิจฉัยติ่งเนื้อปากมดลูกหรือความผิดปกติเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจต้องตรวจอัลตราซาวด์บริเวณอุ้งเชิงกรานเพิ่ม
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะเก็บตัวอย่างจากปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจหาการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือดูว่ามีมะเร็งปากมดลูกหรือไม่
ตรวจการตั้งครรภ์ หญิงที่ยังไม่เข้าสู่วัยทองและมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือนอาจเข้ารับการตรวจครรภ์
ตรวจเม็ดเลือด เป็นการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อดูว่าผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจางอันเกิดจากการเสียเลือดมากเกินไปหรือไม่
ตรวจเลือด แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเลือดผู้ป่วยส่งตรวจ เพื่อดูความผิดปกติในการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตับ ไต หรือนำมาใช้วัดระดับฮอร์โมนเพศ

การรักษาเลือดออกทางช่องคลอด

การรักษาภาวะเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว ดังนี้
ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติอันเกิดจากการทำงานของรังไข่หรือวัยใกล้หมดประจำเดือนจะได้รับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนหรือยาคุมกำเนิดที่มีโปรเจสเตอโรน เพื่อปรับระดับฮอร์โมนให้สมดุล กรณีที่ใกล้หมดประจำเดือนจะได้รับฮอร์โมนจนถึงวัยทองเพื่อให้อาการร้อนวูบวาบบรรเทาลง ทั้งนี้ ระหว่างรับประทานยาคุมกำเนิดควรสังเกตตนเองด้วยว่าประจำเดือนมาปกติหรือไม่ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดจะได้รับการตรวจจากสูตินรีแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและรับการรักษาต่อไป
เนื้องอกในมดลูก ผู้ป่วยบางรายที่มีติ่งเนื้อหรือเนื้องอกในมดลูกอาจต้องผ่าตัดเอามดลูกออก เพื่อควบคุมเลือดไหลออกทางช่องคลอด
การติดเชื้อ ผู้ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดอันเกิดจากการติดเชื้อจะได้รับยาปฏิชีวนะ
เนื้อร้าย หากเกิดเนื้อร้ายขึ้นที่ผนังมดลูก เบื้องต้นแพทย์จะให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสำหรับลดการเติบโตของเนื้อร้ายดังกล่าว ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม หากแพทย์วินิจฉัยไม่พบสาเหตุของการมีเลือดออกทางช่องคลอดอย่างแน่ชัด ผู้ป่วยจะได้รับยาคุมกำเนิด เพื่อช่วยปรับรอบเดือนและบรรเทาภาวะเลือดออกให้น้อยลง แต่หากการรักษาด้วยยาไม่ได้ผลอาจต้องเข้ารับการขูดมดลูก เพื่อควบคุมเลือดออกมากเกินไปและตรวจหาความผิดปกติของเยื่อบุมดลูกเพิ่มเติม ส่วนในรายที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีการรักษาอื่น อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเอามดลูกออกไป

ภาวะแทรกซ้อนของเลือดออกทางช่องคลอด

ผู้ที่ประสบภาวะเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติบางรายอาจหายได้เอง อย่างไรก็ตาม ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดอันเกิดจากปัญหาสุขภาพบางอย่างจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เนื่องจากอาการอาจกำเริบและแย่ลงหากปล่อยไว้และไม่ได้รักษา อีกทั้งภาวะเลือดออกทางช่องคลอดที่เกิดจากการติดเชื้อ มะเร็ง หรือปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่น ๆ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

การป้องกันเลือดออกทางช่องคลอด

ภาวะเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติไม่มีวิธีป้องกันที่ครอบคลุม เนื่องจากเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ดี สาเหตุบางอย่างอาจมีแนวทางป้องกัน ดังนี้
รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากการมีน้ำหนักตัวมากหรือต่ำเกินไปจะเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติได้
ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดควรรับประทานยาตามแนวลูกศรและรับประทานให้ตรงกับเวลาเดิมทุกวัน ส่วนผู้ที่รับฮอร์โมนบำบัดควรรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกเดือนเช่นกัน
ควรออกกำลังกายหรือหาเวลาผ่อนคลายเพื่อลดความเครียด
รับประทานยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตียรอยด์ เช่น นาพรอกเซน หรือไอบูโพรเฟน และเลี่ยงรับประทานยาแอสไพริน เนื่องจากจะทำให้เสี่ยงมีเลือดออกมากขึ้น ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

https://www.pobpad.com

สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ