http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

วิธีแก้ง่วง ป้องกันหลับในขณะขับรถ ก่อนเกิดอุบัติเหตุ






หลับใน คืออะไร รู้ไหมว่าแค่วูบเดียวก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นสูญเสียชีวิตได้แล้ว แบบนี้ ต้องป้องกัน แก้ไขก่อนอาการหลับในถามหา

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็คือ คนขับมีอาการหลับในนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่คนแห่แหนกันไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน คนขับที่เที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมยังมาเจอรถติด ๆ ในเส้นทางไกล ๆ อีก อาการเหนื่อยเพลียก็ทำมีอาการหลับในได้ง่าย ๆ




อาการหลับในนี่อันตรายมากเลยนะคะ เพราะนั่นหมายความว่าสมองภายในของคุณจะหลับไปแวบหนึ่ง โดยที่สังเกตจากภายนอกไม่ได้เลย คนที่หลับในจะเหมือนกับกลายเป็นคนหูหนวก ตาบอด หมาดสติไปชั่วครู่ แถมเรายังบังคับตัวเองไม่ให้หลับในไม่ได้เลยด้วย เพราะเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเองกับคนที่ง่วงนอนมาก ๆ ซึ่งถ้าเผลอหลับในเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็นานพอที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียชีวิตได้แล้ว

ฟังดูน่ากลัวแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเราจับสังเกตอาการหลับในได้ และเตรียมตัวป้องกันให้พร้อม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นกับตัวเราได้ กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีจับสัญญาณอาการหลับใน พร้อมทั้งวิธีแก้ง่วง และป้องกันอาการหลับใน เพิ่มความปลอดภัยให้ทริปการท่องเที่ยวของคุณ ดังนี้เลย




อาการหลับใน มาสังเกตดูซิ !

คนที่พักผ่อนไม่เพียงพออันจะทำให้สมองหลับในไปชั่วครู่นั้น ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะหลับในไปเลย แต่จะมีสัญญาณบางอย่างที่บอกให้รู้ เรื่องนี้ผู้ร่วมเดินทางก็ต้องรู้ไว้ เพื่อจับสังเกตสารถีของเรานะ โดยอาการจะมีทั้ง...

1. หาวบ่อย และต่อเนื่อง

2. ใจลอย ไม่มีสมาธิ

3. รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย

4. จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา

5. รู้สึกหนักหนังตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ มองเห็นภาพไม่ชัด

6. รู้สึกมึนหนักศีรษะ

7. ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทาง

8. มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร

หากคนขับรถเริ่มมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีอาการหลายข้อรวมกัน นั่นเป็นสัญญาณฉุกเฉิน !!! ให้เราต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุแล้ว

ต้องทำอย่างไร ไม่ให้เกิดหลับในขึ้นมา

1. กินผลไม้รสเปรี้ยวแก้ง่วง เพราะผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยกระตุ้นประสาทให้สดชื่นขึ้น

2. อมน้ำแข็งเย็น ๆ หรือใช้น้ำแข็งถูขมับ หรือดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ จะช่วยทำให้สดชื่นตื่นตัวขึ้น

3. ปิดแอร์ในรถ แล้วเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเท ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในรถ และลมจากธรรมชาติจะช่วยให้คนขับรถรู้สึกสดชื่นขึ้น

4. เปิดเพลงดัง ๆ จังหวะเร็ว ๆ แล้วร้องตามไปด้วย ช่วยแก้ง่วงนอนได้ (แต่อย่าเปิดเพลงช้าเชียว จะยิ่งทำให้ง่วงนอนมากขึ้นไปอีก)

5. หากไม่ไหวจริง ๆ ให้หาที่ปลอดภัยจอดรถนอนพักผ่อนสัก 10-15 นาที ก่อนเดินทางต่อ อย่าฝืนขับรถต่อไปเด็ดขาด อันตรายมาก

6. หาคนช่วยขับรถแทนให้ สลับกันตลอดเส้นทาง

7. เพื่อไม่ให้ร่างกายเมื่อยล้าจนเกินไป ให้จอดพักรถทุก ๆ 150 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง




เตรียมตัวให้พร้อมก่อนกลับ ป้องกันหลับใน

และนอกจากวิธีแก้ไขอาการหลับในระหว่างเดินทางแล้ว ก่อนออกเดินทางก็สำคัญมากค่ะ เพราะถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี ก็จะไม่เจอกับอาการหลับในอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางกลับจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้เลย

1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง อย่างน้อย 2 คืนขึ้นไปก่อนวันเดินทางกลับ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล เพราะหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง การอดนอนจะทำให้สมองทำงานช้าลง และสมองยังต้องการการนอนชดเชยชั่วโมงที่สูญเสียไป ทำให้มีอาการง่วง วูบหลับสั้น ๆ ระหว่างขับรถได้

2. ทานอาหารแต่พอดี โดยต้องทานมื้อเช้า เพราะมีความสำคัญต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองมากที่สุด ส่วนในมื้อเที่ยงหรือบ่ายนั้น อย่าทานอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ง่ายขึ้น

3. จิบน้ำตลอดทั้งวัน อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปากแห้ง คอแห้ง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย

4. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นคืนวันก่อนเดินทางกลับ หรือขณะขับรถอยู่ก็ตาม

5. งดดื่มกาแฟ น้ำอัดลมชนิดน้ำดำ ชา โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือช็อกโกแลต ก่อนเดินทางอย่างน้อย 2-3 วัน เพราะอาหารเหล่านี้มีคาเฟอีน ทำให้นอนหลับได้ไม่สนิท อย่างไรก็ตาม ในระหว่างขับรถ คาเฟอีนอาจช่วยให้หายง่วงได้ ถ้านอนมากพอก่อนเดินทาง ซึ่งขนาดของคาเฟอีนที่จะช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวได้จะอยู่ในช่วง 100-200 มิลลิกรัม เท่ากับกาแฟ 1-2 กระป๋อง

6. ก่อนเดินทางไม่ควรกินยาแก้แพ้ แก้หวัด หรือยาแก้ปวดบางชนิดที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม เช่น ยาแก้ปวดทรามาดอล (Tramadol), ยาแก้ปวดอะมิทริปทัยลีน (Amitriptyline), ยาโทลเพอริโซน (Tolperisone), ยาออเฟเนดรีน (Orphenadrine) ฯลฯ ยาเหล่านี้ อาจไปลดประสิทธิภาพในการขับขี่ ทำให้ตัดสินใจได้ช้าลง มองเห็นเป็นภาพเบลอ ไม่ชัด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น หากทานยาเข้าไปควรหลีกเลี่ยงการขับรถไว้จะดีที่สุด

7. หาเพื่อนร่วมทางไปด้วย การพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานเพิ่มขึ้น

8. ไม่ควรขับรถในเวลา 24.00-07.00 น. และในช่วง 14.00 น. ถ้าเป็นไปได้ เพราะเป็นช่วงเวลาอันตรายที่คนเรามักจะหลับในมากที่สุด


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, , สำนักงานขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ