http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ออฟฟิศซินโดรม พาลป่วยจิตเวชไม่รู้ตัว


ออฟฟิศซินโดรม พาลป่วยจิตเวชไม่รู้ตัว



เคยหยุดถามตัวเองไหมว่าทำไมถึงกลับบ้านมาในสภาพที่หมดแรง หอบงานกลับมาทำในวันหยุด หรือแม้แต่ต้องตอบอีเมล์หรือคุยงานกับนายในวันลาพักร้อน หมดเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการทำงานจนผสมปนเปไปกับชีวิตส่วนตัว

การแข่งขันที่สูงขึ้นในสังคมทำให้หลายคนทุ่มเทกับการทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ ด้วยคติประจำใจที่ว่า งานก็คือเงิน เงินก็คืองาน บวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ยิ่งทำให้ขอบเขตระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว แคบลงไปทันตาเห็น แค่มีเพียงโน้ตบุ๊คกับอินเทอร์เน็ตก็พร้อมนั่งทำงานได้สบายแทบทุกที่ทุกเวลา



การทำงานมากจนเข้าขั้นเป็นออฟฟิศซินโดรม ไม่เพียงก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย แต่ยังเสี่ยงต่อการป่วยทางใจได้เช่นกัน จากงานวิจัยในวารสารวิชาการ PLOS One ของมหาวิทยาลัยเบอร์เกน (Bergen University) ในประเทศนอร์เวย์ ได้ทำการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบ้างานกับโรคทางจิตเวช พบว่า คนที่บ้างานมีอาการของโรคทางจิตเวชแสดงได้ชัดเจนกว่าคนที่ไม่บ้างาน ดังนี้
คนบ้างานมีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) ประมาณ 32.7% เมื่อเทียบกับคนไม่บ้างาน 12.7%
คนบ้างานมีโอกาสเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder: OCD) ประมาณ 25.6% เมื่อเทียบกับคนไม่บ้างาน 8.7%
คนบ้างานมีโอกาสเกิดอาการวิตกกังวล (Anxiety) ประมาณ 33.8% เมื่อเทียบกับคนไม่บ้างาน 11.9%
คนบ้างานมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้า (Depression) ประมาณ 8.9% เมื่อเทียบกับคนไม่บ้างาน 2.6%

คุณเป็นคนบ้างานจนเกินปกติหรือไม่ ?

คงเป็นการยากหากจะบอกว่าใครทำงานหนักจนเข้าขั้นบ้างานมากและเสี่ยงต่อการเป็นโรคจิตเวช แต่สามารถคาดเดาได้จากลักษณะที่แสดงออกทางพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ลองสำรวจตนเองคร่าว ๆ ว่าเข้าข่ายบ้างานหรือไม่ด้วยการตอบคำถามเหล่านี้
วัน ๆ ทำแต่งานโดยไม่มีความสนใจในเรื่องสำคัญอื่น ๆ ในชีวิตคุณเลยหรือไม่
ทำงานจนไม่สนใจเรื่องสุขภาพตนเองหรือไม่
คนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างบ่นว่าคุณทำงานเยอะเกินไปหรือไม่
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับครอบครัวและเพื่อนแย่ลงเพราะการทำงานมากเกินไปหรือไม่
ทำงานหนักมากกว่าเพื่อนร่วมงานของคุณหรือไม่
เกิดความรู้สึกในแง่ลบเมื่องานไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่
นึกถึงแต่เรื่องงานและมีความกระวนกระวายหากไม่ได้ทำงานหรือไม่

หากอธิบายในแง่ของจิตวิทยา อาการบ้างานมักพบได้ในคนที่มีบุคลิกสมบูรณ์แบบ (Type 1 Perfectionist) มีมาตรฐานการทำงานสูง เป็นคนเจ้าระเบียบ ชอบแข่งขัน มีความทะเยอทะยาน ยึดมั่นในหลักเกณฑ์ เอาจริงเอาจัง จิตใจจดจ่อกับการทำงานจนเกิดการแสดงออกมาทางพฤติกรรมในลักษณะคล้าย ๆ อาการเสพติด สามารถเปรียบเปรยได้ว่ามีอาการเหมือนติดเหล้าหรือติดยา เมื่อทำงานหนักจนเกินความพอดีอาจส่งผลเสียในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในด้านใจ ร่างกาย หรือแม้แต่ความสัมพันธ์

จัดการงานอย่างไรให้เวิร์คกับชีวิต

หากรู้ตัวว่าเป็นคนบ้างานเกินไป ควรลองปรับทัศนคติในการทำงาน การทำงานที่ดีไม่จำเป็นโหมงานหนักตลอดทั้งวัน และการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตอาจส่งผลให้การทำงานและความสัมพันธ์ในด้านอื่นอยู่ในระดับที่สมดุลกัน

จัดลำดับความสำคัญ

การทำงานที่ฉลาดไม่จำเป็นต้องเป็นการทำงานที่หนัก ควรรู้จักบริหารเวลาที่มีจำกัดในแต่ละวัน การเรียงลำดับความสำคัญและความจำเร่งด่วนของงานที่ควรทำในวันนั้น ๆ จะช่วยลดเวลาในการทุ่มแรงไปอย่างเปล่าประโยชน์ และได้งานที่มีประสิทธิภาพ

จำกัดขอบเขตการทำงาน

การสร้างนิสัยในการทำงานอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การทำงานไม่เบียดเวลาส่วนตัว และมีแรงกระตุ้นในการทำงานที่ดีกว่าการทำงานจุกจิกเล็กน้อย แต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยจอร์เจียพบว่าการทำงานหนักจนถึงขั้นบ้างานจะส่งผลเสียในหลายด้านมากกว่าผลดี นอกจากส่งผลกระทบต่อตนเอง ยังรวมไปถึงในด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น และองค์กร ดังนั้นเมื่อเลิกงานควรหยุดงานไว้ที่ออฟฟิศ เพราะการหอบงานกลับไปทำที่บ้านหรือนำงานติดตัวไปทำแบบไม่จำเป็นจะทำให้คุณหมดแรงและหมดกำลังกับการทำงานในวันต่อ ๆ ไป

ปล่อยให้ชีวิตมีอิสระ

การจมอยู่กับงานและติดต่อกับคนรอบข้างแค่เพียงในโลกออนไลน์คงไม่เพียงพอ ลองออกไปกระชับความสัมพันธ์กับคนอื่นในชีวิตจริงให้มากขึ้น ออกไปท่องเที่ยว ทำกิจกรรมที่ชอบในวันว่าง อาจช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และมุมมองที่หลากหลายจากการพบปะผู้คน ทำให้พร้อมรับมือกับการทำงานได้ขึ้น

การ ‘work hard’ ไม่ใช่การ ‘work smart’ เสมอไป ลองปรับมุมมองการใช้ชีวิต และลองเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง คุณอาจทำงานได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ