http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

วิธีรักษาและลบรอยสิว


วิธีรักษาและลบรอยสิว



รอยสิว คือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เมื่อเป็นสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน ในบางครั้งหลังสิวนั้นหายไป จะทิ้งร่องรอยเอาไว้ ซึ่งรอยสิวเหล่านั้นเป็นผลมาจากกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยการสร้างสารคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จึงปรากฏเป็นรอยสิวในรูปแบบต่าง ๆ บนผิวหนัง โดยการดูแลรักษาผิวหนังแต่เนิ่น ๆ หลังเกิดสิว อาจช่วยป้องกันการเกิดรอยสิวได้



รอยสิว เกิดจากอะไร ?

รอยสิว เกิดจากการเป็นสิว ซึ่งเป็นการอักเสบ หรืออุดตันของรูขุมขนใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิวอักเสบที่มีระดับความรุนแรงปานกลางไปจนถึงรุนแรงมาก ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทิ้งร่องรอยแผลเป็นจากสิวได้หลังจากที่สิวหายไป

ชนิดของสิวสามารถแบ่งตามระดับความรุนแรง ได้แก่
รุนแรงน้อย สิวหัวขาว สิวหัวดำ
รุนแรงปานกลาง สิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง
รุนแรงมาก สิวก้อนลึก สิวซีสต์

นอกจากนั้น การบีบหรือกดสิวก็สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดรอยสิวได้เช่นกัน

ลักษณะของรอยสิว

รอยสิวที่เกิดขึ้นอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยรอยสิวมีลักษณะหลัก 2 รูปแบบ คือ
รอยสิวทั่วไป ส่วนใหญ่จะปรากฏเป็นจุดสีแดงหรือสีน้ำตาล เป็นหลุมสิวตื้น ๆ และมักจะค่อย ๆ เลือนรางจางหายไปเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน โดยอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
รอยสิวหลุมลึก ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาหรือรับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อการดูแลรักษารอยสิวประเภทนี้ เพราะร่องรอยที่เกิดขึ้นอาจเป็นความเสียหายในระดับชั้นผิวที่ลึกลงไป ซึ่งยากต่อการรักษาด้วยวิธีทั่วไป แพทย์อาจต้องพิจารณาใช้วิธีการหรือทำหัตถการตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ชนิดของรอยสิวหลุมลึก ดังนี้
Rolling scars – เป็นจุดหลุมบนผิวหนัง หรือเป็นหลุมสิวตื้น ๆ
Ice-pick scars – เป็นรอยสิวแบบจุดหลุมลึก
Atrophic scars – เป็นรอยหลุมยุบลงไป แต่รอยนั้นมีความแบนและบาง
Boxcar scars – เป็นรอยหลุมกว้างขนาดใหญ่ และมีขอบหลุมชัดเจน
Hypertrophic หรือ Keloid scars – เป็นรอยแผลเป็นนูนขึ้นมาบนผิวหนัง

รอยสิว รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

รอยสิวชนิดหลุมลึกที่เกิดขึ้น ไม่อาจรักษาให้หมดไปอย่างสมบูรณ์ได้ แต่รอยสิวเหล่านั้นจะบางลงตามกาลเวลา ส่วนรอยสิวทั่วไปนั้นสามารถรักษาให้หายไปได้ หรือรอยสิวนั้นจะค่อย ๆ เลือนรางจนหายไปเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่มีรอยสิวสามารถบำรุงดูแลผิวบริเวณที่เป็นรอยสิว เพื่อบรรเทาความรุนแรงของรอยนั้น หรืออาจใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ปกปิดร่องรอย เช่น ครีมรองพื้นที่เข้ากับสีผิวบริเวณนั้น ช่วยปกปิดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้

การรักษาและลบเลือนรอยสิว

การรักษารอยสิวขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของรอยนั้นด้วย คุณสามารถดูแลรักษารอยแผลเป็นจากสิวให้ดีขึ้นได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้ยาหรือแนวทางปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือในบางกรณี อาจต้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง ซึ่งจะสามารถให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วิธีการรักษาและลบเลือนรอยสิว ได้แก่

ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอร์ติโซน (Cortisone)

การใช้ครีมคอร์ติโซนเหมาะสำหรับรอยสิวที่เป็นจุดสีแดง หรือเป็นรอยบวม โดยคอร์ติโซนจะช่วยลดภาวะอักเสบของผิวหนัง ทำให้สีแดงที่ผิวหนังจางไป และรอยสิวบริเวณนั้นยุบตัวลง แม้ครีมคอร์ติโซนสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ผู้ป่วยควรปรึกษาเภสัชกรถึงวิธีและขั้นตอนการใช้งานก่อนเสมอ

วิตามิน ซี / อาร์บูติน / กรดโคจิก (Vitamin C, Arbutin, Kojic Acid)

สารที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ใช้เพื่อลบเลือนร่องรอยสิวที่เกิดขึ้น คือ วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญต่อร่างกาย อาร์บูติน เป็นสารสกัดจากต้นแบร์เบอร์รี่ (Bearberry) และกรดโคจิก สารสกัดทางธรรมชาติที่ได้จากเห็ด สารเหล่านี้มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว และลบเลือนร่องรอยจากการเกิดสิวได้ด้วย โดยผู้ป่วยสามารถมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งจากแพทย์

การฉีดฟิลเลอร์

ในผู้ป่วยบางราย แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมบริเวณรอยสิวที่มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงไป เพื่อทำให้รอยสิวที่เป็นร่องลึกนั้นตื้นขึ้น ให้ผิวดูเรียบเนียนกลมกลืนกับผิวบริเวณใกล้เคียง แต่ผู้ป่วยมักต้องเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำทุก 4-6 เดือน เพราะสารฟิลเลอร์จะถูกผิวดูดซึมจนหมดไปตามกาลเวลา

การฉีดสเตียรอยด์

เป็นวิธีการรักษารอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว โดยเฉพาะชนิดแผลเป็นนูน แพทย์จะฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ไตรแอมซิโนโลน อีซีโตไนด์ (Triamcinolone Acetonide) เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำการรักษา

การทำเลเซอร์

เลเซอร์ผิวหนัง เป็นวิธีการที่แพทย์จะใช้อุปกรณ์ยิงลำแสงเลเซอร์ไปบนผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยสิว เพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่เกิดความเสียหายหลังการเกิดสิวนั้นทิ้งไป และกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน และหลังทำเลเซอร์อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่

การกรอผิว

วิธีการนี้ แพทย์จะใช้เครื่องมือกรอขัดผิวหนังส่วนที่เป็นรอยสิวออกไป เพื่อให้ผิวหนังชั้นที่ลึกลงไปได้ผลัดเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่แทนที่เซลล์ที่ถูกจำกัดไป รอยสิวจะหายไป ในขณะที่เซลล์ผิวหนังใหม่จะช่วยทำให้ผิวส่วนที่เป็นรอยสิวแต่เดิมเรียบเนียนสม่ำเสมอกับผิวบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น แต่กว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

การลงเข็ม

แพทย์จะใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กจิ้มลงไปบนผิวหนังบริเวณรอยสิวที่ต้องการทำการรักษาหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้เกิดรูเล็ก ๆ บนผิวหนังจำนวนมาก เป็นการกระตุ้นการสร้างสารคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนังชั้นที่อยู่ติดกับหนังกำพร้า ช่วยให้รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวลดลง และทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวกระชับดูเรียบเนียนขึ้น

การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy)

แพทย์จะใช้เครื่องพ่นไนโตรเจนเหลวหรือคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังจุดที่ต้องการรักษาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อทำให้เซลล์ผิวบริเวณรอยแผลเป็นตาย แล้วสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีขึ้นมาแทนที่

การศัลยกรรมรักษาหลุมสิว

แพทย์อาจทำหัตถการด้วยการตัดเลาะเอาเนื้อเยื่อที่เสียหายบริเวณรอยสิวออกไป แล้วนำเนื้อเยื่อที่ดีจากผิวหนังส่วนอื่นมาเย็บปิดบริเวณนั้นแทน (Punch Grafting) ในรายที่มีรอยสิวแบบหลุมแหลมลึก หรืออาจทำการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขรอยแผลเป็นในรายที่มีแผลเป็นนูนขนาดใหญ่

เคล็ดลับสำคัญในการดูแลรักษาและป้องกันการเกิดรอยสิว
ไม่บีบหรือกดสิว การบีบสิวอาจทำให้เกิดการอักเสบลุกลามของสิว แบคทีเรียภายในสิวอาจแพร่กระจายไปยังผิวบริเวณอื่น ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น และทำให้รอยสิวเกิดขึ้นตามมาได้ง่าย
ไม่พอกหน้า หรือใช้ครีมบำรุงหลากหลายทาพอกบริเวณรอยสิว นอกจากวิธีการนี้จะไม่ได้ผลแล้ว อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งอาจทำให้รอยสิวปรากฏชัดเจนขึ้นได้อีกด้วย
ไม่ใช้วิตามินอี บริเวณที่มีรอยสิว จากงานค้นคว้าบางส่วนพบว่า การนำสารอาหารเข้าสู่ผิวที่เป็นรอยแผลเป็นโดยตรงอาจรบกวนกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวได้ และกลุ่มตัวอย่างทดลองบางรายที่ใช้วิตามินอีกับผิวโดยตรง ก็เกิดผลข้างเคียงเป็นภาวะผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)
หลีกเลี่ยงแสงแดด การสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงอาจทำให้รอยสิวมีสีเข้ม สังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้น และชะลอกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณรอยสิวลง ฉะนั้น หากต้องออกไปสัมผัสแสงแดดภายนอก ควรสวมใส่เครื่องแต่งกายป้องกัน อย่างหมวก แว่นตา และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่าขึ้นไปเสมอ
อดทน หลังสิวหายไป อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าที่เส้นเลือดและคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ในระหว่างนั้น รอยสิวจะปรากฏขึ้นชัดเจน และหลังจากนั้นอาจต้องใช้ระยะเวลานานเป็นปีกว่าที่รอยแผลเป็นจากสิวจะจางลงและลบเลือนไปได้
พบแพทย์ หากคุณมีความวิตกกังวล ไม่สบายใจ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรอยสิวที่เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาอาการ รับคำแนะนำมาปฏิบัติตาม หรือเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลจากแพทย์

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ