http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ขี้โมโห เสี่ยงโรคหัวใจ


ขี้โมโห เสี่ยงโรคหัวใจ



คุณเคยโมโหหรือโกรธใครบ้างไหม? แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยมีอารมณ์ปี๊ด อารมณ์โกรธ โกรธเล็กน้อยไปจนปานกลาง หรือโกรธจนหน้าแดงก่ำควันออกหู ดีกรีความรุนแรงแตกต่างกันไป ความโกรธเป็นอารมณ์ในด้านลบที่ควบคุมได้ยากและเกิดได้บ่อย นอกจากจะทำให้อารมณ์ขุ่นมัวตลอดเวลา ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายหากรับมือกับอารมณ์โกรธได้ไม่ถูกวิธี



ความโกรธส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

เมื่อคนเรารู้สึกโกรธหรือมีความรู้สึกในด้านลบขึ้นในปริมาณมากจนยากที่จะควบคุม ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนในกลุ่มความเครียด (Stress hormones) อย่างแอดรีนาลิน (Adrenalin) และ คอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายระยะสั้น ๆ โดยเป็นตัวเร่งอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจให้เร็วขึ้น เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และความดันโลหิตเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า ซึ่งเป็นกลไกในการป้องกันตัวของร่างกายแบบหนึ่ง จนคุณพร้อมที่จะระเบิดทุกอย่างออกไป และยังเพิ่มโอกาสการเกิดโรคทางหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease) และระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง (Low Immunity)

โรคหัวใจและหลอดเลือด

การหลั่งฮอร์โมนในกลุ่มความเครียดเป็นปริมาณมาก จะส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากหัวใจโดนกระตุ้นให้บีบตัวเร็วและแรงขึ้นจากฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่ง รวมไปถึงมีการสะสมของไขมันเพิ่มขึ้นในหลอดเลือดเพื่อเป็นที่เก็บพลังงาน ซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดแข็งตัวกว่าปกติ เกิดการตีบตันหรือแคบเล็กลง อาจจะเกิดลิ่มเลือดไปเกาะที่ผนังเส้นเลือด จึงส่งผลให้หัวใจขาดเลือดและเสี่ยงเป็นโรคทางหัวใจและหลอดเลือดได้หลายโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง

งานวิจัยชี้ว่า ภายในสองชั่วโมงแรกของการระเบิดอารมณ์โกรธออกไปจะเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันสมองและเลือดออกในสมองมากถึง 3 เท่า และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นเป็น 6 เท่าสำหรับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง นอกจากนี้ผู้ที่โกรธ โมโหบ่อย ๆ ยังมีแนวโน้มที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD) เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวหรือเกิดหัวใจวายได้ถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยโกรธ

การทำงานของภูมิคุ้มกันต่ำลง

อารมณ์โกรธยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแย่ลง เจ็บป่วยง่ายขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนความเครียดไปยับยั้งกลไกการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย งานวิจัยชิ้นหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า การเอาแต่นั่งนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ในอดีตที่ทำให้คุณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟสามารถส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคที่ทำงานได้ลดลงแม้ในกลุ่มคนที่ร่างกายแข็งแรง และยังพบว่าคนที่มีอารมณ์โกรธโมโหง่ายแสดงอาการเจ็บป่วยออกมาทางระบบย่อยอาหารและระบบหายใจมากขึ้น

นอกจากนี้ ความโกรธยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน เช่น คนที่มีความเครียดเรื้อรังนาน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า (Depression) โรควิตกกังวล (Generalized Anxiety Disorder: GAD) ความเครียด (Stress) ได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เก็บกดความรู้สึกโกรธเอาไว้ภายในจิตใจ

ระงับความโกรธให้อยู่หมัด

สถานการณ์ที่เผชิญ พื้นเพครอบครัวและวัฒนธรรม เพศ หรือแม้แต่ระดับความเครียดในขณะนั้น ล้วนส่งผลให้คนแสดงการตอบโต้ต่ออารมณ์โกรธได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หงุดหงิด เดินหนี ไม่คุยด้วย ตะโกนโวยวาย ด่าทอ ขว้างปาข้าวของ ไปจนถึงทำร้ายร่างกาย การเลือกแสดงออกในทางที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อร่างกายและความสัมพันธ์มากกว่า เรามีวิธีการง่าย ๆ ให้ฝึกทำกัน
รู้ว่าตัวเองกำลังโกรธ อาจลองสังเกตอาการที่เป็นอยู่จากความรู้สึกและท่าทางทางกายภาพ เช่น ใจเต้นแรง โมโห หงุดหงิด
เมื่อมีเรื่องมากระทบจิตใจจนทำให้อารมณ์พุ่งปรี๊ด ลองตั้งสติ สูดหายใจลึก ๆ ช้า ๆ นับ 1-10 ในใจอย่างช้า ๆ หรือเลือกถอยออกมาจากสถานการณ์ที่ทำให้สติแตกสักระยะก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกไป
เมื่อใจเย็นขึ้นค่อยกลับมาเผชิญสถานการณ์ ค่อย ๆ คิด พิจารณา และอธิบายสิ่งที่เป็นปัญหาด้วยเหตุผลอย่างใจเย็น การเลือกพูดหรือระเบิดทุกอย่างออกไปตอนอารมณ์โกรธเดือดดาลอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ทบทวนและวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาต้นตอที่ทำให้เกิดอารมณ์โกรธ ลองใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ทั้งนี้ควรฝึกปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นเชิงบวกเช่นกัน เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมักมีสองด้านเสมอ ในเรื่องร้ายก็มักจะมีเรื่องดีเช่นกัน ไม่จ้องจะมองแต่ปัญหาที่มีจนลืมสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ ปล่อยให้ตนเองได้ยิ้มกับเรื่องเล็กน้อยบ้าง การนั่งจมปลักกับความทุกข์และความโกรธนาน ๆ ไม่ช่วยให้พบทางออกของปัญหาแต่อย่างใด
ระบายความเครียดที่สะสมด้วยวิธีการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ อาจช่วยให้รับมือกับความโกรธในระยะยาวได้ดีขึ้น เช่น การออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ดูหนังฟังเพลง

ความโกรธเป็นอารมณ์พื้นฐานที่ทุกคนมีได้ แต่การแสดงออกอย่างไรให้เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นพยายามอย่าโกรธใครนานจนปล่อยให้หัวใจต้องเจ็บปวดเกินจะเยียวยา

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ