http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ผิวขาวใสแบบปลอดภัย


ผิวขาวใสแบบปลอดภัย



ผิวขาวเป็นสีผิวที่หลายคนนิยมชมชอบว่าเป็นผิวที่สุขภาพดี จนเกิดเป็นค่านิยมต้องการปรับสีผิวให้ขาวใสมากขึ้นจนอาจเป็นอันตรายโดยไม่รู้ตัว การดูแลผิวให้กระจ่างใสอย่างปลอดภัยและสุขภาพดีสามารถทำได้หากเลือกวิธีการที่ถูกต้อง



ทำไมสีผิวถึงแตกต่างกัน ?

สีผิวของแต่ละคนถูกกำหนดด้วยจำนวนเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ผลิตได้จากเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ ยิ่งมีเม็ดสีมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้สีผิวของคนนั้นเข้มมากเท่าขึ้น เช่น คนผิวดำจะมีเม็ดสีมากกว่าคนผิวขาว จึงทำให้สีผิวเข้มกว่าคนผิวขาว

จำนวนเม็ดสีหรือเมลานินในผิวหนังจะถูกกำหนดจากลักษณะทางพันธุกรรมของแต่ละครอบครัวเป็นหลัก ส่วนปัจจัยอื่น ๆ มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น การโดนแสงแดด ฮอร์โมน ผิวหนังได้รับความเสียหาย หรือสารเคมีอันตราย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อกระบวนการผลิตเม็ดสีได้เช่นกัน

ผิวหนังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเองเป็นอัตโนมัติเมื่อเจอกับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ เช่น เมื่อไม่ตากแดด ผิวสีเข้มก็อาจดูขาวขึ้นได้ หรือการตากแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานานก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยและกระจากแดดได้

วิธีการดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใส

การปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นสามารถทำได้หลายทาง แต่มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องสีผิวดั้งเดิมของแต่ละคนที่มีส่วนอย่างมากต่อในการเปลี่ยนแปลงสีผิวให้ดูอ่อนลง บางวิธีค่อนข้างปลอดภัย บางวิธีอาจเป็นอันตรายในระยะยาว จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจ

การขัดผิวหรือพอกผิว เป็นวิธีการดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใสด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติรอบตัวเรา โดยหนึ่งในสารฟอกผิวตามธรรมชาติที่นิยมใช้ คือ สารกรดผลไม้ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของกรดเอเอชเอ (AHA: Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งพบได้ทั่วไปในอาหาร โดยเฉพาะผลไม้ เช่น กรดซิตริก (Citric Acid) มีปริมาณมากในมะนาว รวมไปถึงกรดเมลิกในแอปเปิล (Malic Acid) กรดทาร์ทาริกในองุ่น (Tartaric Acid)กรดแลกติกในนมเปรี้ยว (Lactic Acid) หรือกรดไกลโคลิกในน้ำตาลอ้อย (Glycolic Acid) ซึ่งกรดผลไม้เหล่านี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้วพร้อมกระตุ้นการสร้างผิวหนังขึ้นมาใหม่ อาจใช้เพียงแค่ส่วนผสมเดียวหรือผสมกับส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นที่ช่วยในการบำรุงผิว แม้ว่าจะเป็นสารที่ช่วยปรับผิวให้ขาวขึ้นในแบบวิธีธรรมชาติ แต่หากใช้ในปริมาณที่เข้มข้นมากก็สามารถเกิดผลข้างเคียงกับผิวหนัง เพราะอาจจะทำให้ผิวหนังแห้ง เกิดการลอก บวม แดง และสีผิวกระดำกระด่างขึ้นได้

ปกป้องผิวจากแสงแดด ผิวหนังมีเม็ดสีเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการป้องกันอันตรายจากแสงแดด และสามารถฟื้นตัวได้เมื่อไม่ได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก การพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนแสงแดดที่มีความรุนแรงในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ผิวไม่เกิดการสร้างเม็ดสีมากขึ้น เช่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวเป็นประจำ โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 เป็นอย่างน้อย ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรมหรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ไม่ควรตากแดดในช่วงเวลาที่มีแสงแดดแรง ระหว่างช่วง 10.00-14.00 นาฬิกา สวมเสื้อแขนยาวหรือขายาว กางร่ม หรือใส่หมวกในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลิตภัณฑ์ปรับผิวขาว เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารในกลุ่มสเตียรอยด์ที่มาจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้น ในทางการแพทย์จะใช้สารฟอกขาวในการรักษาปัญหาด้านผิวหนัง เช่น ฝ้า กระจุดด่าง รอยแผลเป็นจากสิว เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดการสร้างเม็ดสีในผิวหนังหรือหลุดลอกเซลล์ผิว ผิวจึงขาวขึ้นได้ไว จนบางผลิตภัณฑ์กลับนำเอาสารฟอกขาวเหล่านี้ไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและสกินแคร์เกินปริมาณที่กำหนด ทำให้ในประเทศไทยได้จัดสารฟอกขาว เช่น ไฮโดรควิโนน ปรอทแอมโมเนีย เป็นสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับใบหน้า ตัวอย่างสารฟอกผิวขาวอันตรายที่มักถูกนำมาผสมในเครื่องสำอางและสกินแคร์ประเภทบำรุงผิวขาวอย่างแพร่หลาย เช่น
ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) เป็นสารฟอกผิวขาวที่เข้าไปลดการสร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนังชั่วคราว แต่ไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี ผิวจึงขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหยุดใช้จะทำให้สีผิวกลับมาเข้มเหมือนปกติ เพราะเม็ดสีถูกผลิตขึ้นมาแทนที่ดังเดิม หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือในปริมาณเข้มข้นมาก ผิวหนังอาจมีสีเข้มขึ้น สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระดำกระด่าง หรือเกิดฝ้าถาวรได้
ปรอทแอมโมเนีย (Ammoniated Mercury) ออกฤทธิ์รบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่เป็นตัวการสำคัญในกระบวนการสร้างเม็ดสีให้ทำงานได้น้อยลง ผิวจึงดูขาวกระจ่างขึ้น แต่เมื่อใช้เป็นประจำจะทำให้เกิดการสะสมของสารนี้ในผิวหนังก่อนถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด กระจายไปสะสมยังอวัยวะ โดยเฉพาะบริเวณตับและไต ส่งผลให้เกิดการทำงานของอวัยวะที่ผิดปกติ
กลูตาไธโอน (Glutathione) ออกฤทธิ์เข้ายับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสเช่นเดียวกับปรอทแอมโมเนีย โดยในทางการแพทย์มักนำมาใช้ในการรักษาโรค แต่กลับให้ผลข้างเคียงด้วยการเปลี่ยนแปลงเม็ดสีของผู้ป่วย ทำให้ผิวขาวขึ้น จึงมักมีคนนำจุดนี้ไปแอบอ้างใช้ในเรื่องการช่วยให้ผิวขาว ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีผลการรับรองความปลอดภัยและประโยชน์เรื่องช่วยผิวขาวอย่างถาวรจากการใช้กลูตาไธโอนในรูปแบบต่าง ๆ

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวอย่างปลอดภัยจึงจำเป็นต้องดูส่วนผสมบนฉลากของผลิตภัณฑ์ว่ามีสารใดเป็นส่วนประกอบและในปริมาณเท่าไหร่ อาจมีการปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนการเลือกใช้ นอกจากนี้ควรระวังเรื่องส่วนประกอบที่ไม่ได้ระบุไว้บนฉลากอย่างชัดเจน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นอีกทางที่นิยมมากในการดูแลสุขภาพผิวให้ขาวกระจ่างใส โดยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารอาหาร วิตามิน หรือแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับผิว โดยมักมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในเรื่องกระบวนการซ่อมแซมผิว การเปลี่ยนสีผิวชั้นนอก และป้องกันแสงแดด เช่น วิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น หรือซิงค์ การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรรับประทานตามปริมาณที่ระบุบนฉลากข้างขวดหรือตามแพทย์แนะนำ ศาสตราจารย์ แพทย์ คาเลน อี เบิร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแห่งวิทยาลัยการแพทย์ (The Mount Sinai School of Medicine's Department of Dermatology) ได้แนะนำบนเว็บไซต์เว็บเอ็มดีว่า ควรรับประทานวิตามินซีประมาณ 1,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือวิตามินดีควรรับประทานในปริมาณ 400 ไอยูต่อวัน ถึงจะเป็นปริมาณมากเพียงพอต่อร่างกาย แม้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดต่าง ๆ จะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้ แต่ยังไม่มีผลการศึกษามากพอในการสรุปถึงประโยชน์ของสารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างแน่นอนเมื่อรับประทานเข้าไป รวมไปถึงการเก็บที่ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้สารต่าง ๆ เกิดการเสื่อมสลายได้ง่าย การเลือกรับประทานวิตามินเสริมในการดูแลผิวพรรณจึงควรมีการปรึกษาแพทย์ด้านผิวหนังถึงความเหมาะสมและปริมาณในการรับประทาน

เลเซอร์เพื่อผิวขาว เป็นเทคโนโลยีความงามที่มีส่วนช่วยในเรื่องรอยด่างดำ ริ้วรอย หรือผิวหมองคล้ำให้กลับมาดูขาวกระจ่างใสได้ ซึ่งเลเซอร์ที่ใช้มีหลากหลายประเภทแตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการใช้ โดยการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปบริเวณผิวหนังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนพลังงานที่ได้รับให้เป็นความร้อนจนทำลายชั้นหนังกำพร้าด้านบนหรือทำลายเซลล์ที่ผลิตเม็ดสี สีผิวดูอ่อนลง เม็ดสีมีการผลิตน้อยลง ซึ่งผลหลังการทำเลเซอร์อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจได้ผลลัพท์ที่ดี แต่ในบางรายอาจไม่ได้ผล หลังการทำเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดแรงและจำเป็นต้องมีการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดเพื่อป้องกันสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือผิวคล้ำลง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวอยู่ในกระบวนการซ่อมแซมความเสียหายให้กลับคืนสภาพเดิม ผิวจะมีความไวกับแสงแดดมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์เพื่อผิวขาวเป็นเพียงกระบวนการเปลี่ยนแปลงสีผิวได้ชั่วคราวเท่านั้น

ผลข้างเคียงในการเปลี่ยนผิวให้ขาว

กระแสความนิยมของการมีผิวขาวอาจส่งผลให้เกิดความต้องการในการเปลี่ยนสีผิวตนเองที่มากจนเกินไป บางวิธีอาจรุนแรงต่อสภาพผิวหนังหรือก่อให้เกิดโรคทางผิวหนังขึ้นได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรง

สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสารสกัดธรรมชาติที่มีความเข้มข้นสูง เช่น กรดเรทิโนอิกหรือกรดวิตามินเอ ไฮโดรควิโนน ปรอท หรือยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ จะทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ ระคายเคือง มีอาการบวมแดง คัน เกิดการตกสะเก็ด ผิวหนังแสบเหมือนผิวไหม้ จนบางรายสีผิวอาจเปลี่ยนเป็นด่างถาวรหรือผิวบางลง นอกจากนี้ในรายที่รุนแรงจะเกิดผลเสียกับการทำงานของตับ ไต ระบบเส้นประสาท หรืออาจกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง โรคด่างขาว และโรคทางผิวหนังอื่น ๆ ส่วนในสตรีมีครรภ์จะทำให้เกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์

การทำเลเซอร์อาจเกิดผลข้างเคียงให้เกิดอาการบวม แดง หรือช้ำ เกิดรอยแผลเป็น การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง ผิวไวต่อแสงและเกิดรอยดำจากแสงแดดได้ง่ายมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญในการดูแลผิวให้ขาวกระจ่างใส คือ พยายามหลีกเลี่ยงรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้นของผิวหนัง รวมไปถึงการคำนึงถึงปัจจัยที่มีผลต่อสีผิวด้วย หากสีผิวตามลักษณะทางพันธุกรรมมีความคล้ำมากคงเป็นเรื่องยากในการเปลี่ยนสีผิวให้ขาวอย่างถาวร แต่อาจจะช่วยปรับผิวกระจ่างใสขึ้นได้ เพราะวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวขาวเพียงชั่วคราว หากหยุดทำก็ทำให้สีผิวกลับไปเป็นเช่นเดิม

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ