http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย เบาหวานขึ้นตา


เบาหวานขึ้นตา

ความหมาย เบาหวานขึ้นตา


เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเลือดที่เรตินาหรือจอตาได้รับความเสียหายจากน้ำตาลอุดตันและเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ ในช่วงแรกอาจไม่พบอาการหรืออาจมองเห็นผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่หากมีอาการรุนแรง แล้วปล่อยไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุด



อาการของเบาหวานขึ้นตา

ในระยะแรกของภาวะเบาหวานขึ้นตาอาจจะยังไม่พบอาการหรือความผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อ

มีความรุนแรงมากขึ้น อาจพบอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นได้ เช่น มองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมา ตามัว วิสัยทัศน์การมองเห็นแย่ลง สายตาไม่คงที่ แยกแยะสีได้ยากขึ้น หรือสูญเสียการมองเห็น เป็นต้น ซึ่งการดูแลและจัดการกับโรคเบาหวานอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นได้

ผู้ป่วยเบาหวานควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาเป็นประจำทุกปีถึงแม้ว่าการมองเห็นจะยังคงเป็นปกติก็ตาม รวมถึงในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์เพราะการตั้งครรภ์ออาจทำให้อาการต่าง ๆ ของเบาหวานขึ้นตารุนแรงขึ้นได้ และควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนหากพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นอย่างฉับพลัน

สาเหตุของเบาหวานขึ้นตา

เบาหวานขึ้นตามีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานาน ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยที่ไปหล่อเลี้ยงจอตาอุดตัน และทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นเพื่อทดแทนเส้นเลือดเก่าที่ได้รับความเสียหาย แต่เส้นเลือดใหม่เหล่านี้ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ทำให้เลือดหรือสารน้ำอื่น ๆ รั่วไหลเข้าเรตินาได้

ทั้งนี้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเกิดภาวะเบาหวานขึ้นตาได้ อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา เช่น ระยะเวลาของการเป็นโรคเบาหวาน ยิ่งเป็นนานก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง การไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เป็นต้น

ภาวะเบาหวานขึ้นตาอาจแบ่งได้หลายแบบ แต่ในที่นี้แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่
เบาหวานขึ้นตาระยะเริ่มแรก หรือระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดเกิดใหม่ (Nonproliferative Diabetic Retinopathy: NPDR) เป็นระยะที่ผนังของเส้นเลือดที่จอตาไม่แข็งแรง ส่งผลให้เส้นเลือดโป่งขึ้น อาจทำให้เลือดหรือของเหลวรั่วออกมาในจอตา และเส้นเลือดใหญ่ที่จอตาจะเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นผิดปกติ รวมถึงเส้นใยประสาทของจอตาและจุดภาพชัด (Macula) อาจเริ่มมีอาการบวม ในระยะเริ่มแรกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากมีการอุดตันของเส้นเลือดที่เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้
เบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้า หรือระยะที่มีเส้นเลือดเกิดใหม่ (Proliferative Diabetic Retinopathy: PDR) เป็นระยะที่เส้นเลือดเกิดการอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งเส้นเลือดที่สร้างขึ้นใหม่เหล่านี้อาจไม่ได้พัฒนาอย่างเหมาะสม ทำให้มีเลือดรั่วซึมออกมาที่บริเวณวุ้นตา และอาจทำให้เกิดแผลเป็นซึ่งเป็นสาเหตุให้จอตาลอกออกจากด้านหลังของดวงตา หรือถ้าหากเส้นเลือดใหม่ที่เกิดขึ้นไปแทรกแซงการระบายน้ำออกจากลูกตา ส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้น เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งภาพจากดวงตาไปยังสมอง และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต้อหินได้การวินิจฉัยเบาหวานขึ้นตา



วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการวินิจฉัยภาวะเบาหวานขึ้นตา คือ การตรวจโดยขยายม่านตา (Dilated Eye Exam) ซึ่งแพทย์จะหยดน้ำยาเพื่อขยายรูม่านตาให้กว้างขึ้น แล้วตรวจหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น ความผิดปกติของเส้นเลือดในดวงตา การอุดตันของเส้นเลือด อาการบวมของจอตา แผลเป็นหรือเส้นเลือดที่สร้างขึ้นใหม่ เลือดที่รั่วออกมาบริเวณวุ้นตา จอตาลอก หรือความผิดปกติของประสาทตา เป็นต้น หลังการตรวจผู้ป่วยอาจมีอาการตามัวเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะด้วยตนเองในช่วงเวลาดังกล่าว ควรพาญาติไปด้วยเพื่อความปลอดภัย รวมถึงอาจมีการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ตรวจสายตา ความดันตา หลักฐานการเกิดต้อกระจก รวมถึงการตรวจจอประสาทตาโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การตรวจจอประสาทตาโดยการฉีดสี (Fluorescein Angiography) แพทย์จะฉีดสีเข้าเส้นเลือดที่บริเวณแขน เพื่อให้สีเข้าสู่กระแสเลือดและไหลไปที่ดวงตา จากนั้นแพทย์จะถ่ายภาพภายในดวงตาเพื่อตรวจหาเส้นเลือดที่มีการอุดตัน รั่วซึม หรือเส้นเลือดที่แตก
การสแกนจอประสาทตา (Optical Coherence Tomography) โดยจะแสดงภาพตัดขวางเพื่อแสดงให้เห็นความหนาของจอตา ซึ่งช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ว่ามีการรั่วซึมของเลือดหรือของเหลวเข้าสู่บริเวณจอตาหรือไม่ นอกจากการสแกนจอประสาทตาจะช่วยวินิจฉัยสาเหตุของการเกิดโรคแล้ว ยังช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของการรักษาได้อีกด้วยการรักษาเบาหวานขึ้นตา



การรักษามีจุดประสงค์เพื่อชะลอหรือยับยั้งอาการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยวิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของอาการ โดยวิธีรักษาแต่ละวิธีจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
การรักษาเบาหวานขึ้นตาระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดเกิดใหม่ หากมีอาการเพียงเล็กน้อยจนถึงอาการในระดับปานกลาง อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาในทันที แต่แพทย์จะคอยสังเกตอาการหรือความผิดปกติของดวงตาอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อยับยั้งไม่ให้อาการลุกลาม
การรักษาเบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้า ซึ่งเป็นระยะที่มีเส้นเลือดเกิดใหม่ ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจต้องรักษาด้วยเลเซอร์หรือผ่าตัด ซึ่งวิธีการก็จะแตกต่างกันออกไปโดยขึ้นอยู่กับแต่ละปัญหาของจอตา ได้แก่
การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ มี 2 แบบ คือ
Focal Laser จะช่วยชะลอหรือยับยั้งการรั่วซึมของเลือดและของเหลวในดวงตา หากผู้ป่วยมีอาการตามัวหรือมองไม่ชัดที่เป็นผลมาจากภาวะเบาหวานขึ้นตา การรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่ช่วยให้อาการเหล่านี้หายไป แต่อาจช่วยลดโอกาสของอาการตามัวหรือมองไม่ชัด ไม่ให้มีอาการที่รุนแรงกว่าเดิม
Scatter Laser จะช่วยหดกระชับเส้นเลือดที่มีความโป่งผิดปกติ โดยจะยิงเลเซอร์ที่จอตา ยกเว้นบริเวณจุดภาพชัด หลังการรักษาด้วยวิธีนี้อาจส่งผลต่อการมองเห็น รวมถึงการมองเห็นในตอนกลางคืนของผู้ป่วย
การผ่าตัดวุ้นตา (Vitrectomy) เพื่อนำเลือดออกจากวุ้นตาและกำจัดแผลเป็นที่บริเวณจอตา การผ่าตัดวุ้นตาไม่ได้เป็นการรักษา เป็นเพียงการชะลอหรือยับยั้งอาการ ซึ่งจะยังคงมีโอกาสเกิดความเสียหายต่อจอตาและสูญเสียการมองเห็นได้อยู่ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานขึ้นตา



เบาหวานขึ้นตาอาจนำไปสูู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดวงตาและการมองเห็นได้อีกหลายประการ เช่น
เลือดออกในวุ้นตา เนื่องจากเส้นเลือดใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนเส้นเลือดเก่าที่ได้รับความเสียหายอาจสร้างขึ้นอย่างไม่เหมาะสม จึงอาจทำให้มีเลือดรั่วซึมออกมาที่วุ้นตา หากเลือดที่ซึมออกมามีปริมาณไม่มากอาจทำให้ผู้ป่วยมองเห็นเป็นจุดสีดำลอยไปมา แต่หากมีเลือดซึมออกมาในปริมาณมาก ปริมาณเลือดอาจไปบังการมองเห็นทั้งหมดได้ โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่มีเลือดออกในวุ้นตาจะไม่สูญเสียการมองเห็นแบบถาวร อาจใช้เวลาในการกำจัดเลือดออกจากวุ้นตาประมาณ 2-3 สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน ผู้ป่วยก็อาจกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจน
จอตาลอก เป็นผลมาจากแผลเป็นที่เกิดขึ้นนั้นดึงจอตาให้หลุดลอกออกจากด้านหลังของดวงตา ซึ่งอาจทำให้เกิดจุดดำลอยไปมาในเวลามองสิ่งต่าง ๆ มองเห็นแสงวาบ หรือสูญเสียการมองเห็นขั้นรุนแรง
ต้อหิน เป็นผลมาจากกลุ่มเส้นเลือดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าของดวงตา และไปแทรกแซงการระบายน้ำออกจากลูกตา ส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้น เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งภาพจากดวงตาไปยังสมอง
สูญเสียการมองเห็น ภาวะเบาหวานขึ้นตาหรือต้อหิน สุดท้ายแล้วอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้การป้องกันเบาหวานขึ้นตา



การป้องกันทำได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่ภาวะเบาหวานขึ้นตา และป้องกันอาการที่อาจรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปฏิบัติได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
จัดการกับเบาหวานด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารที่มีรสเค็ม หวาน และมีไขมันสูง
ออกกำลังกายเป็นประจำ
ควบคุมน้ำหนักโดยให้มีค่าดัชนีมวลร่างกาย (BMI) อยู่ที่ระหว่าง 18.5-24.9
ลดละเลิกการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
รับประทานยารักษาเบาหวานตามกำหนดที่แพทย์สั่ง
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยอาจต้องตรวจและบันทึกระดับน้ำตาลในเลือดวันละหลายครั้งเพราะค่าอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดโดยเฉพาะเวลาป่วยหรือเครียด หรือสามารถตรวจสอบเองที่บ้านโดยค่าระดับน้ำตาลในเลือดตอนอดอาหารแบบคุมเข้มมากจะอยู่ที่ 70-110 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์(mg%) และไปคลินิกหรือสถานพยาบาลเพื่อหาค่าเฉลี่ยของช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นค่าที่จำเป็นสำหรับการควบคุมเบาหวาน โดยที่ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) ของผู้ป่วยเบาหวานควรอยู่ที่ประมาณ 6.5 เปอร์เซ็นต์
ควบคุมระดับความดันโลหิต สามารถตรวจได้ที่คลินิก สถานพยาบาล หรือซื้อเครื่องมาตรวจเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน โดยที่ระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) หรือผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นตา ควรมีระดับความดันโลหิตต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท
ควบคุมระดับไขมันในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานควรมีระดับไขมันในเลือดไม่เกินกว่าค่าปกติซึ่งสามารถตรวจได้ที่คลินิกหรือสถานพยาบาลทั่วไป
สังเกตความเปลี่ยนแปลงของการมองเห็น และควรไปพบแพทย์โดยด่วนหากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นอย่างฉับพลัน เช่น ตามัว มองไม่ชัด หรือมองเห็นเป็นจุดดำ เป็นต้น

https://www.pobpad.com

สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ