http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

เมล็ดเจีย ประโยชน์ดีต่อสุขภาพ


เมล็ดเจีย ประโยชน์ดีต่อสุขภาพ



เมล็ดเจีย (Chia Seeds) เป็นเมล็ดธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กคล้ายเม็ดแมงลัก ลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีหลากหลาย เช่น สีขาว สีดำ บางครั้งมีลายเป็นจุดสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม สีครีม ดำ และขาว สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป และด้วยรสชาติอ่อน ๆ คล้ายถั่ว เข้ากับอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ง่าย จึงนิยมนำมาโรยบนเมนูต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เช่น ซีเรียล สลัดผัก เมนูข้าว เมนูขนมปังอบทั้งหลาย หรือจะผสมกับโยเกิร์ตและเมนูเครื่องดื่มก็ได้



เมล็ดเจียอุดมด้วยสารอาหารสำคัญอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เส้นใยอาหาร แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ หากเปรียบเทียบสารอาหารในเมล็ดเจียเพียงประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะประกอบด้วยพลังงานประมาณ 139 แคลอรี่ โปรตีน 4 กรัม ไขมัน 9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม เส้นใยอาหาร 11 กรัม รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย

ด้วยสารอาหารทรงคุณค่าเหล่านี้เองที่ทำให้เชื่อกันมากว่าเมล็ดเจียอาจช่วยรักษาโรคหรือบำรุงสุขภาพในด้านต่าง ๆ แต่ก็เช่นเดียวกับอาหารและสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ล้วนยังไม่มีการศึกษามากพอจนสามารถระบุคุณประโยชน์ได้อย่างชัดเจน โดยปัจจุบันคุณประโยชน์ของเมล็ดเจียที่พอจะมีงานวิจัยกล่าวถึง มีดังนี้

ช่วยลดน้ำหนัก คุณประโยชน์ยอดนิยมข้อนี้ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยคุณสมบัติพองตัวออกเมื่อถูกแช่ในน้ำ ทำให้เชื่อว่าเมล็ดเจียที่รับประทานเข้าไปนั้นจะขยายตัวภายในท้อง จนรู้สึกอิ่มและรับประทานได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลงในที่สุด อีกทั้งมีเส้นใยอาหารและกรดอัลฟาลีโนเลนิก (Alpha-linolenic) ที่คาดว่าอาจมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก ไขมัน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากภาวะอ้วน

การศึกษาหนึ่งทดลองโดยให้อาสาสมัครทั้งชายและหญิงที่มีภาวะอ้วนแต่สุขภาพดี จำนวน 76 คน อายุตั้งแต่ 20-70 ปี แบ่งกลุ่มรับประทานยาหลอกหรือเมล็ดเจีย 25 กรัม ผสมในน้ำ 0.25 ลิตร วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารมื้อแรกและมื้อสุดท้ายของวัน ติดต่อนาน 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์ไม่ปรากฏว่าเมล็ดเจียช่วยให้ดัชนีมวลกายหรือองค์ประกอบร่างกายดีขึ้น รวมถึงปัจจัยการเกิดโรคต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในช่วงหลังที่พบผลลัพธ์ไปในทางที่ดีก็มีให้เห็นเช่นกัน ดังงานวิจัยหนึ่ง พบว่าการรับประทานเมล็ดเจียวันละ 35 กรัม นาน 12 สัปดาห์ ช่วยให้หญิงและชายจำนวนหนึ่งลดน้ำหนักและขนาดรอบเอวลงได้ โดยมีระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมลดลง มีไขมันชนิดดีเพิ่มขึ้น แต่ก็เฉพาะในกลุ่มที่รับประทานเมล็ดเจียบดและมีค่าเริ่มต้นผิดปกติ ส่วนระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันไตรกลีเซอไรด์ และไขมันชนิดไม่ดีนั้นไม่พบการเปลี่ยนแปลง

เช่นเดียวกับอีกงานวิจัยที่เจาะจงทดลองกับเมล็ดเจียชนิดซัลบา ด้วยการให้ผู้ป่วยภาวะอ้วนที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 77 คน จำกัดการรับประทานอาหารแคลอรี่สูงนาน 6 เดือน หลังจากนั้นให้กลุ่มหนึ่งรับประทานเมล็ดเจียซัลบาวันละ 30 กรัมต่อพลังงาน 1,000 แคลอรี่ ส่วนกลุ่มควบคุมรับประทานรำข้าวโอ๊ตในปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งผลชี้ว่ากลุ่มเมล็ดเจียมีน้ำหนักลดลง และรอบเอวเล็กลงมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ด้วยผลลัพธ์ที่ยังไม่สอดคล้องกันนี้จึงทำให้คุณสมบัติในการลดน้ำหนักของเมล็ดเจียมีความคลุมเครือและยังไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าจะได้ผล อีกทั้งยังขาดการศึกษายืนยันว่าควรการรับประทานอย่างไร ในปริมาณมากน้อยเท่าใดจึงจะดีที่สุด

ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงคุณประโยชน์ของธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีต่อการลดโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ ซึ่งก็อาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน จึงมีการศึกษาในด้านนี้ขึ้นมาพิสูจน์ โดยให้ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอย่างดี แบ่งกลุ่มรับประทานเมล็ดเจียชนิดซัลบาหรือรำข้าวสาลีประมาณ 37 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์

เมื่อเทียบกันแล้วพบว่าการรับประทานเมล็ดเจียสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว หรือความดันโลหิตตัวบน ลดระดับโปรตีนที่ตอบสนองต่อการอักเสบภายในร่างกายซึ่งเชื่อว่าอาจส่งผลต่อโรคหัวใจบางชนิด รวมถึงลดปัจจัยการเกิดความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ภาวะที่สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอันเป็นสาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือโรคหลอดเลือดสมอง

กล่าวโดยสรุปคือ งานวิจัยนี้พบว่าเมล็ดเจียช่วยลดปัจจัยความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากอาจจะมีประสิทธิภาพควบคุมระดับไขมัน และคงระดับไขมันดีไว้ แต่การศึกษาที่ยกมานี้ก็ยังเป็นงานวิจัยเพียงขนาดเล็กที่ใช้ผู้ทดลองเพียง 20 คนเท่านั้น และการศึกษาเกี่ยวกับข้อดีของเมล็ดเจียด้านนี้ในปัจจุบันยังถือว่ามีอยู่น้อยมาก

เพิ่มความทนทานขณะออกกำลังกาย มีข้อมูลชี้ว่าการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเป็นเวลาหลาย ๆ วันก่อนการแข่งขันกีฬาจะช่วยเพิ่มการสะสมไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีสมรรถภาพการออกกำลังกายในระยะยาวนานกว่า 90 นาทีดีขึ้นได้ ซึ่งก็มีการศึกษาประสิทธิภาพของการได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างการดื่มเครื่องดื่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบด้วยแคลอรี่ 50 เปอร์เซ็นต์จากเมล็ดเจีย และแคลอรี่อีก 50 เปอร์เซ็นต์จากเครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นเวลา 2 วัน เทียบกับการได้รับแคลอรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มจากเครื่องดื่มเกลือแร่

ผลการทดสอบดังกล่าวพบผลลัพธ์ที่ดีพอ ๆ กันในนักกีฬาทั้ง 2 กลุ่ม เครื่องดื่มโอเมก้า 3 ผสมเมล็ดเจียจึงอาจเป็นอีกตัวเลือกที่ให้ผลเพิ่มความทนทานในการออกกำลังกายระยะยาวนานกว่า 90 นาที ขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้นักกีฬาลดการบริโภคน้ำตาล เพิ่มการได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 แทน แต่จะไม่ได้ช่วยให้สมรรถภาพในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การศึกษานี้เป็นการทดลองขนาดเล็กในนักกีฬาเพียง 6 คน ควรต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ต่อไปเพื่อยืนยันผลลัพธ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับประโยชน์ด้านเดียวกัน แต่เป็นการใช้น้ำมันจากเมล็ดเจีย กลับพบผลลัพธ์ที่ต่างออกไป โดยในนักวิ่งจำนวน 24 คน ที่แบ่งกลุ่มดื่มน้ำ 0.5 ลิตรผสมน้ำมันเมล็ดเจีย 7 แคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือน้ำเปล่าอย่างเดียว แล้วเริ่มวิ่งจนหมดแรง กลุ่มที่ดื่มน้ำผสมน้ำมันเมล็ดเจียมีระดับกรดอัลฟาไลโนเลนิก ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบได้จากพืชในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยเพิ่มระยะเวลาในการวิ่งให้นานกว่าเดิม รวมถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของการใช้ก๊าซออกซิเจนของร่างกาย หรือระดับฮอร์โมนบ่งบอกความเครียดและการอักเสบแต่อย่างใด งานวิจัยนี้จึงให้ข้อสรุปได้ว่าการใช้น้ำมันเมล็ดเจียผสมน้ำอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อนักกีฬา และด้วยผลที่ไม่สอดคล้องกันนี้ การศึกษาเพิ่มเติมจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการยืนยันคุณสมบัติเมล็ดเจียในข้อนี้

ลดอ้วนลงพุง ภาวะที่มีไขมันกระจายสะสมบริเวณรอบเอวมากกว่าบริเวณอื่น ๆ โดยอาจเกิดขึ้นร่วมกับความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงขึ้น ซึ่งหากทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกันก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานตามมาด้วย

จากผลการวิจัยที่ให้อาสาสมัครภาวะอ้วนลงพุงทั้งหมดลดการรับประทานอาหารน้อยลง 500 แคลอรี่ แต่กลุ่มหนึ่งมีการดื่มเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยโปรตีนถั่วเหลือง โนปาล (กระบองเพชรชนิดหนึ่งที่กินได้) ข้าวโอ๊ต และเมล็ดเจียซึ่งคิดเป็นพลังงานทั้งหมด 235 แคลอรี่ เป็นเวลา 2 เดือน ส่วนอีกกลุ่มรับประทานแต่ยาหลอก

ผลปรากฏว่าทั้ง 2 กลุ่มต่างมีน้ำหนักของร่างกาย ดัชนีมวลกาย และขนาดรอบเอวลดลงในช่วงระหว่าง 2 เดือนที่ทำการทดลอง แต่กลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มดังกล่าวร่วมด้วยนั้นดูเหมือนจะมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์และระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ลดพลังงานจากอาหารเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ผลที่แสดงให้เห็นนั้นก็ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเป็นผลมาจากอาหารชนิดใดที่ผสมลงในเครื่องดื่ม มีเมล็ดเจียเป็นหนึ่งปัจจัยแน่ชัดหรือไม่ หากมีการศึกษาเพิ่มเติมอย่างเฉพาะเจาะจงต่อไปก็อาจบอกได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเมล็ดเจียจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาภาวะนี้เพียงใด

รักษาความดันโลหิตสูง มีการวิจัยศึกษาประสิทธิภาพของอาหารเสริมจากเมล็ดเจียชนิดหนึ่งต่อการลดระดับความดันโลหิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอก พบว่าการรับประทานเมล็ดเจียบดวันละ 35 กรัม นาน 12 สัปดาห์ ส่งผลให้ผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตสูงทั้งที่กำลังรับยารักษาและไม่ได้รับยารักษา มีระดับความดันโลหิตลดลงโดยไม่ส่งผลต่อระดับความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวหรือความดันโลหิตไดแอสโตลิก การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันลดลง ระดับไนไทรต์ในเลือดลดลง การรับประทานเมล็ดเจียจึงอาจมีบทบาททางการแพทย์ในการควบคุมรักษาภาวะระดับความดันโลหิตสูง แต่ก็ต่อเมื่อมีการศึกษาที่สามารถยืนยันได้โดยชัดเจนกว่าในปัจจุบันนี้แล้วเท่านั้น

โรคหัวใจและหลอดเลือด สารอาหารอันอุดมด้วยโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดอัลฟาลิโนเลอิก แร่ธาตุ เส้นใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดเจีย ทำให้เชื่อว่าอาจมีคุณประโยชน์ลดโอกาสเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน ทว่าการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในด้านนี้ก็นับว่ายังมีน้อย และไม่ค่อยมีความสอดคล้องกันนัก

อย่างไรก็ตาม จากรายงานการทบทวนและวิเคราะห์งานวิจัยที่เคยมีมา รวมทั้งหมด 7 งานวิจัยด้วยกัน ผลการศึกษาส่วนใหญ่ชี้ว่าการรับประทานเมล็ดเจียไม่ได้มีส่วนช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยในงานวิจัยเหล่านี้พบเพียงงานเดียวที่กล่าวว่าระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ มวลร่างกาย และระดับตัวบ่งชี้การอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังเป็นการทดลองที่ใช้เมล็ดเจียผสมกับอาหารชนิดอื่น จึงไม่อาจแน่ใจว่าผลลัพธ์ที่ได้เกิดจากการรับประทานเมล็ดเจียโดยแท้จริง และยังมีบางงานวิจัยที่สุ่มเสี่ยงต่อการรวบรวมและสรุปผลที่เอนเอียง ทำให้หลักฐานในปัจจุบันยังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ

การใช้ประโยชน์จากเมล็ดเจียอย่างปลอดภัย

เมล็ดเจียค่อนข้างมีความปลอดภัยต่อร่างกาย หากรับประทานเป็นเวลาไม่เกิน 12 สัปดาห์ หรือเมื่อใช้น้ำมันเมล็ดเจียทาลงบนผิวหนังติดต่อกันไม่นานกว่า 8 สัปดาห์ ส่วนการใช้ในระยะที่ยาวกว่านี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ นอกจากนี้ผู้ที่อยู่ในภาวะต่อไปนี้ยังควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่อาจยืนยันได้ว่าการใช้เมล็ดเจียระหว่างการตั้งครรภ์หรือเมื่อให้นมบุตรจะปลอดภัย ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานในช่วงนี้
การรับประทานเมล็ดเจียบางชนิดอาจส่งผลให้ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ ผู้ที่มีไขมันชนิดนี้สูงอยู่แล้วจึงควรเลือกรับประทานเฉพาะเมล็ดเจียชนิดซัลบา (Salba) ซึ่งจะไม่ทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นมากนัก
ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดเจียในปริมาณมาก เพราะในเมล็ดเจียประกอบด้วยกรดอัลฟาลิโนเลนิกจำนวนมาก และมีงานวิจัยที่กล่าวว่าการได้รับกรดชนิดนี้มาก ๆ จากอาหารอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้

ทั้งนี้ ปริมาณการรับประทานเมล็ดเจียที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม หรือโรคประจำตัวของผู้ที่รับประทาน ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดเจียใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจ และอ่านคำแนะนำบนฉลากอย่างถ้วนถี่เสมอ

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ