http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

พยาธิในช่องคลอด ตกขาวมาก มีกลิ่นเหม็น อาการเช่นนี้อาจกำลังติดเชื้อ !





พยาธิในช่องคลอด คืออะไร ทำไมถึงติดเชื้อได้ อีกหนึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ แต่อยากให้รู้จักไว้ป้องกัน !

เพราะระบบสืบพันธุ์มีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย ทำให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้หลายโรค แต่เชื่อเถอะว่า หลายคนต้องไม่เคยได้ยินชื่อ "โรคพยาธิในช่องคลอด" มาก่อนแน่ ๆ ค่ะ แถมยังออกจะสงสัยว่าโรคนี้จะมีพยาธิเข้าไปอยู่ช่องคลอดจริง ๆ หรือ งั้นตามมาหาคำตอบด้วยกันเลย

โรคพยาธิในช่องคลอด คืออะไร ผู้ชายเป็นได้ไหม ?

บอกก่อนเลยว่า พยาธิในช่องคลอดที่ว่าไม่ใช่ตัวพยาธิที่เราเห็นคลานไปมาเหมือนกับพยาธิในลำไส้นะคะ แต่จริง ๆ แล้วโรคนี้จะเรียกกันว่า การติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่ชื่อ ทริโคโมแนส วาไจนอลลิส (Trichomonas vaginalis) โดยเชื้อนี้จะมีลักษณะคล้ายใบโพธิ์ เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา หากเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10-14 วัน




ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิงก็สามารถติดเชื้อทริโคโมแนส วาไจนอลลิส ได้ โดยหากติดเชื้อในเพศชาย เชื้อจะอาศัยอยู่บริเวณท่อปัสสาวะและต่อมลูกหมาก แต่หากติดเชื้อในเพศหญิงซึ่งพบได้มากกว่า เชื้อจะอาศัยอยู่ในช่องคลอด อวัยวะเพศ และท่อปัสสาวะ ดังนั้น เราจึงอาจเรียกว่า โรคพยาธิในช่องคลอด หรือภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อพยาธิได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เชื้อชนิดนี้มีขนาดเล็กใกล้เคียงกับเม็ดเลือดขาว ดังนั้นเราจึงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น แตกต่างจากพยาธิชนิดต่าง ๆ ที่เรารู้จัก เช่น พยาธิเส้นด้าย พยาธิตัวตืด พวกนี้จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และแม้ว่าเชื้อนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็จะไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

โรคพยาธิในช่องคลอด ติดต่อกันอย่างไร

โรคนี้จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นการติดต่อหลัก ๆ ก็มาจากการมีเพศสัมพันธ์นี่ล่ะค่ะ โดยจะตรวจพบเชื้อได้ในน้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่น และน้่ำในช่องคลอด ดังนั้นกลุ่มที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงมากกว่าใคร

ส่วนการมีเพศสัมพันธ์แบบใช้มือหรือนิ้วช่วยยังคงไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้ติดเชื้อได้หรือไม่ แต่หากเป็นการกอด จูบ ไอ จาม ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ใช้จาน ชาม ช้อนร่วมกัน หรือว่ายน้ำในสระเดียวกัน กรณีนี้จะไม่สามารถทำให้ติดเชื้อโรคพยาธิในช่องคลอดได้แน่นอน






โรคพยาธิในช่องคลอด อาการเป็นอย่างไร

มาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเริ่มอยากรู้ขึ้นมาแล้วว่าอาการอะไรที่บ่งบอกว่าเรากำลังป่วยด้วยโรคนี้ แต่จะบอกว่า โรคนี้ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติในผู้ที่ติดเชื้อทุกรายค่ะ หลายคนจึงไม่รู้ตัวว่ากำลังติดเชื้ออยู่ จึงแพร่เชื้อให้คู่นอนได้ง่าย ๆ แต่อาจมีผู้ติดเชื้อราว ๆ 20-30% ที่มีอาการปรากฏอยู่บ้าง ก็คือ

- ผู้ชาย : โดยทั่วไปแล้วมักไม่แสดงอาการ แต่บางคนอาจจะรู้สึกระคายเคืองที่บริเวณอวัยวะเพศ หรือมีอาการปัสสาวะแสบขัดอยู่บ้างจากภาวะท่อปัสสาวะอักเสบหรือต่อมลูกหมากอักเสบ บางคนอาจมีมูกใส ๆ ออกมาจากท่อปัสสาวะ รู้สึกปวดอัณฑะ หรือพบอาการอักเสบที่หนังหุ้มปลายองคชาต

- ผู้หญิง : มักจะแสดงอาการชัดเจน โดยอาการเด่น ๆ เลยก็คือตกขาวผิดปกติ เช่น มีตกขาวมากกว่าปกติ อาจมีสีเหลืองเขียว เป็นฟอง มีกลิ่นเหม็น เพราะเชื้อจะเข้าไปทำให้ช่องคลอดติดเชื้อและอักเสบ จึงมีการสะสมของเม็ดเลือดขาวมากขึ้น ทำให้สารคัดหลั่งออกจากช่องคลอดมีมากขึ้นตามไปด้วย ร่วมกับมีอาการคันช่องคลอด รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ เป็นผื่นแดงและเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ หรือรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดบวมแดง หากเป็นช่วงมีประจำเดือนอาจมีอาการรุนแรงขึ้นได้

โรคพยาธิในช่องคลอด อันตรายไหม ?

การติดเชื้อโปรโตซัวชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตก็จริง แต่อาการที่เป็นคงสร้างความรำคาญอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ เชื้อดังกล่าวจะไปทำให้อวัยวะเพศอักเสบ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ตามมาได้เหมือนกัน เช่น ติดเชื้อเอชไอวี หนองใน เริม ฯลฯ ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมา อย่านิ่งนอนใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไปค่ะ เพราะหากไม่รักษา เชื้อก็จะยังคงอยู่ในร่างกาย และแพร่เชื้อต่อให้คนอื่นได้ด้วย

สำหรับในหญิงตั้งครรภ์ เชื้อดังกล่าวจะไม่ถ่ายทอดไปสู่ลูก เพียงแต่คุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น รวมทั้งเด็กที่คลอดออกมาอาจมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน




โรคพยาธิในช่องคลอด รักษาได้อย่างไร

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจหาเชื้อปรสิตในสารคัดหลั่งที่ได้จากช่องคลอดหรือต่อมลูกหมาก แต่ในบางคนอาจเจอเชื้อนี้ในน้ำปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะสามารถรักษาได้ง่ายและหายขาด ด้วยการทานยาปฏิชีวนะเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) หรือทินิดาโซล (Tinidazole) เพื่อลดการแพร่เชื้อ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาเหน็บใด ๆ แต่การใช้ยาปฏิชีวนะตัวนี้ในบางคนอาจมีผลข้างเคียงอยู่บ้างค่ะ เช่น อาจจะรู้สึกปวดท้อง ปวดหัว เวียนหัว ปากแห้ง คลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว และมีข้อควรระวังก็คือ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยา ไปจนถึงหลังรับประทานยาเม็ดสุดท้ายหมดไปแล้วประมาณ 72 ชั่วโมง เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรงจนเอาตัวยาออกไป

ทั้งนี้หากใช้ยารักษาไปแล้ว 2-3 วัน อาการจะค่อย ๆ เริ่มดีขึ้น สังเกตได้จากอาการตกขาวผิดปกติจะหายไป และไม่รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะแล้ว แต่หากอาการที่ว่ายังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินซ้ำอีกครั้ง ส่วนใครที่รักษาด้วยการทานยาจนหมดแล้ว ก็ควรมาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าหายดีแล้ว จึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร แพทย์จะใช้ยาโคลไตรมาโซลสอดทางช่องคลอดรักษาแทน เพราะยาทานจะมีผลต่อทารกในครรภ์




โรคพยาธิในช่องคลอด ป้องกันอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ

โรคนี้แม้จะรักษาให้หายได้แล้วแต่ผู้ป่วยปรมาณ 1 ใน 5 ก็ยังมีโอกาสกลับมาติดเชื้อซ้ำได้อีก ดังนั้น ไม่วาจะเคยเป็นแล้วหรือไม่เคยเป็นก็ควรป้องกันตัวเองโดย..

- หากพบว่าติดเชื้อควรพาคู่นอนไปตรวจร่างกายด้วย เพราะโรคนี้ติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ และอีกฝ่ายอาจไม่ปรากฏอาการว่าติดเชื้อแล้ว

- ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง และมารับการตรวจรักษาตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ

- ผู้ป่วยควรงดมีเพศสัมพันธ์แม้ว่าจะใส่ถุงยางอนามัย จนกว่าจะสิ้นสุดการรักษาไปแล้ว 7 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อหมดไปแล้วจริง ๆ ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

- เลิกพฤติกรรมมีคู่นอนหลายคน

- การงดมีเพศสัมพันธ์เป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรสวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคนี้ และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ด้วย

- ดูแลร่างกายให้มีภูมิต้านทานแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะคนที่มีภูมิต้านทานต่ำจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

จริง ๆ แล้ว อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะเพศและระบบสืบพันธุ์ทั้งหญิงและชาย อาจวินิจฉัยได้หลายโรคเลยนะคะ และมีหลายโรคที่อันตรายยิ่งกว่าภาวะช่องคลอดอักเสบหรือพยาธิในช่องคลอด ดังนั้น ถ้าเราสังเกตเห็นอาการผิดปกติอะไรเกิดขึ้นก็อย่าเขินอาย ควรรีบไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ ก่อนที่โรคจะลุกลามไปจนยากต่อการรักษา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
องค์กรชุมชนเอเชียต้านโรคเอดส์

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ