http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

ความหมาย แพ้อาหาร


แพ้อาหาร

ความหมาย แพ้อาหาร




แพ้อาหาร (Food allergy) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารบางชนิดเข้าไป โดยอาจทำให้เกิดอาการที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ผิวหนัง หรือระบบหลอดเลือดและหัวใจ ในบางรายอาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งมีอาการที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต



อาการแพ้อาหารอาจเกิดขึ้นตั้งแต่อาการเบาไปจนถึงรุนแรงมาก และอาการอาจเกิดขึ้นได้ทันทีหรือค่อย ๆ ก่อตัวหลายชั่วโมงจึงเกิดขึ้น โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
อาการเหน็บหรือคันในปาก
คันตา น้ำตาไหล
ลมพิษ คัน หรือผิวหนังอักเสบ
มีอาการบวมที่ปาก ใบหน้า ลิ้นและคอ หรือส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย
กลืนลำบาก
มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หายใจมีเสียง หายใจตื้น คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม
คลื่นไส้ อาเจียน
ปวดท้อง ท้องเสีย
เวียนศีรษะ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
มีอาการที่คล้ายกับอาการของไข้ละอองฟาง เช่น จามหรือคันตา

ในบางรายเมื่อแพ้อาหารอาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งอาจทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยอาการของโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงมักจะมีอาการเหมือนกับอาการแพ้อาหารดังข้างต้นและอาจนำไปสู่อาการต่อไปนี้
หายใจลำบาก หายใจมีเสียงและไอ เนื่องจากทางเดินหายใจหดตัวตีบแคบลง
คอบวม หรือมีความรู้สึกว่ามีก้อนบวมอยู่ในคอ ซึ่งทำให้หายใจติดขัด
มีอาการช็อก สับสนหรือวิงเวียน เนื่องจากความดันโลหิตลดลงอย่างกะทันหัน
หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ
รู้สึกกลัวและมีความวิตกกังวลอย่างฉับพลันและรุนแรง

สาเหตุของการแพ้อาหาร

เกิดจากความเข้าใจผิดของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่ออาหารหรือสารอาหารบางชนิดแล้วระบุว่าเป็นสิ่งที่ก่ออันตรายต่อร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองโดยการปล่อยแอนติบอดี้ที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน อี (Immunoglobulin E: IgE) เพื่อกำจัดอาหารหรือสารอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และครั้งต่อไปที่รับประทานอาหารดังกล่าว แอนติบอดี้ชนิดนี้ก็จะสามารถรับรู้ได้และส่งสัญญาณไปยังระบบภูมิคุ้มกันเพื่อปล่อยสารฮิสตามีนและสารเคมีอื่น ๆ สู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

อาหารที่พบบ่อยทำให้แพ้ ได้แก่
อาหารทะเลหรือสัตว์น้ำประเภทที่มีเปลือก เช่น กุ้งและปู
ปลา
ข้าวสาลี
ไข่
นมวัว
ถั่วลิสง ถั่วเหลือง
ถั่ว จากพืชยืนต้น เช่น อัลมอนต์ ฮาเซลนัท วอลนัท พีแคน มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพ้อาหาร ได้แก่
มีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคหืด ผิวหนังอักเสบ (Eczema) ลมพิษ หรือโรคภูมิแพ้ เช่น ไข้ละอองฟาง
ผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะแพ้อาหารชนิดอื่น ๆ อีก
การแพ้อาหารจะพบมากในเด็ก โดยเฉพาะเด็กทารกและเด็กวัยกำลังหัดเดิน แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นระบบทางเดินอาหารจะเจริญเติบโตเต็มที่และร่างกายอาจมีการดูดซึมอาหารหรือสารอาหารที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้อาหารน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม การแพ้อาหารที่เกิดขึ้นกับเด็กมักมีสาเหตุมาจากนมวัว ถั่วเหลือง ข้าวสาลีและไข่ ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่าการแพ้อาหาร เช่น ถั่วหรือสัตว์น้ำประเภทมีเปลือก ซึ่งมีแน้วโน้มที่จะเป็นไปตลอดชีวิต
เด็กที่มีประวัติเป็นโรคผิวหนังอักเสบ มีโอกาสที่จะพัฒนาจนเกิดการแพ้อาหารได้เมื่อเวลาผ่านไป
มีประวัติเป็นโรคหืด ซึ่งโรคหืดและการแพ้อาหารมักเกิดร่วมกัน และมักก่อให้เกิดอาการที่มีความรุนแรงมาก

การวินิจฉัยแพ้อาหาร

เนื่องการวินิจฉัยแพ้อาหารยังไม่มีวิธีที่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แพทย์จึงอาศัยหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน ได้แก่ การสอบถามอาการของผู้ป่วย ประวัติอาการแพ้ของคนในครอบครัวของผู้ป่วย และการตรวจร่างกาย และอาจรวมไปถึงการตรวจอื่น ๆ ได้แก่
การทดสอบทางผิวหนัง (Skin prick test) โดยการใช้อาหารที่คาดว่าเป็นสาเหตุมาวางไว้ที่แขนหรือหลังของผู้ป่วย จากนั้นแพทย์จะใช้เข็มlสะกิดที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่ามีปฏิกิริยาของสารเคมีชนิดใดเกิดขึ้นในร่างกายหรือไม่
การตรววจเลือด สามารถวัดการเกิดปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่ออาหารแต่ละอย่าง โดยการวัดค่าแอนติบอดี้ที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน อี (Immunoglobulin E: IgE)
แพทย์อาจให้หลีกเลี่ยงอาหารที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ จากนั้นจะให้ลองกลับมารับประทานอาหารดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงอาการที่เกิดขึ้นกับอาหารแต่ละชนิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีอาการที่รุนแรงมาก การใช้วิธีนี้ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น การพิจารณาทดสอบนี้ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์
ทดสอบโดยให้รับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ (Oral food challenge test) แพทย์จะให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ ซึ่งหากพบว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ก็อาจจะให้กลับมารับประทานอาหารดังกล่าวได้ตามปกติ แต่บางรายอาจมีอาการแพ้รุนแรงจากการทดสอบได้ ดังนั้น การพิจารณาทดสอบนี้ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

การรักษาแพ้อาหาร

การรักษาการแพ้อาหารที่เหมาะสมที่สุด คือการที่ผู้ป่วยสามารถระบุได้ว่าตนเองแพ้อาหารชนิดใดแล้วพยายามหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารชนิดนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างที่สุดแล้ว ผู้ป่วยก็ยังสามารถได้รับอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้โดยที่ไม่ทันรู้ตัว
โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงน้อย สามารถใช้ยาแก้แพ้ที่ซื้อใช้เองหรือสั่งจ่ายโดยแพทย์เพื่อบรรเทาอาการ โดยรับประทานยาแก้แพ้ภายหลังที่รับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาแก้แพ้จะไม่สามารถใช้รักษาอาการแพ้ที่มีความรุนแรงมากได้

ในกรณีที่เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องฉีดยาอิพิเนฟริน (Epinephrine) และอาจต้องเข้าพักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ในบางรายมักให้ยาอิพิเนฟริน (Epinephrine) ในรูปแบบปากกาฉีดอัตโนมัติหรือพร้อมฉีดได้เอง (Autoinjector) ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องใช้ ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
ผู้ป่วยควรทราบวิธีใช้อย่างชัดเจน รวมไปถึงแจ้งให้บุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยทราบวิธีการใช้ เพราะหากเกิดอาการที่รุนแรงขึ้นก็จะทำให้สามารถช่วยได้อย่างทันท่วงที
ควรพกติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน
ตรวจสอบวันหมดอายุของยาอย่างสม่ำเสมอ

ภาวะแทรกซ้อนแพ้อาหาร

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการแพ้อาหาร ได้แก่
โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis) ในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการ เช่น หายใจลำบาก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมหมดสติ ควรให้ผู้ป่วยรีบพบแพทย์โดยเร็ว
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เนื่องจากการแพ้อาหารอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนัง ซึ่งเป็นการตอบสนอบของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ทำให้เกิดผื่นขึ้นตามผิวหนัง หรือผื่นผิวหนังอักเสบ

การป้องกันแพ้อาหาร

การป้องกันแพ้อาหารที่เหมาะสม ผู้ป่วยควรทราบถึงอาหารที่ตนเองแพ้และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น นอกจากนั้น หากพบว่าตนเองแพ้อาหารควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
ควรตรวจสอบอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนที่จะบริโภค เช่น อ่านฉลากอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมของอาหารที่ตนเองแพ้
หากตนเองมีประวัติเกิดอาการแพ้ที่รุนแรง ควรมีสิ่งเตือนให้ผู้อื่นทราบว่าตนเองแพ้อาหาร เช่น สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือ ที่แจ้งรายละเอียดอาการและวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น เพราะเมื่อเกิดอาการแพ้อาจทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดอาการแพ้ที่มีความรุนแรงมาก ควรสอบถามแพทย์ถึงยาอิพิเนฟริน (Epinephrine) รูปแบบที่พร้อมฉีดได้เอง (Autoinjector) เพื่อพกติดตัวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ระมัดระวังตนเองเมื่อรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร แจ้งให้ทางร้านทราบว่าตนเองไม่สามารถรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าอาหารที่สั่งมาแล้วไม่ผสมอาหารที่แพ้ หรือตรวจว่าพาชนะที่ใช้ประกอบอาหารไม่ได้ปรุงอาหารที่ตนเองแพ้มาก่อน
หากต้องเดินทางท่องเที่ยวหรือไปร่วมงานสำคัญ ควรพกอาหารที่ปลอดภัยต่อตนเองติดตัวไว้

หากพบว่าเด็กแพ้อาหาร สามารถปฏิบัติตามวิธีต่อไปนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ควรแจ้งให้คนรอบข้างของเด็กทราบว่าเด็กมีปัญหาแพ้อาหาร และให้เด็กมีความเข้าใจถึงอาการที่เป็นว่ามีความอันตรายอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขในทันทีที่เกิดอาการ
ควรสอนให้ผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กทราบและเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาณและอาการแพ้อาหาร เพื่อที่จะได้รับมือกับอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
เขียนแผนการหรือวิธีปฏิบัติเพื่อรับมือ แจกแผนการดังกล่าวกับพยาบาลที่โรงเรียนและคนอื่น ๆ ที่ใกล้ชิด
ให้เด็กพกสิ่งแจ้งเตือนที่มีรายละเอียดของอาการและวิธีการรับมือกับอาการเบื้องต้น เช่น ที่ผูกข้อมือหรือที่ห้อยคอ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีที่เกิดอาการ

https://www.pobpad.com

สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ