http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561


รับมือกับรองเท้ากัดอย่างไรให้ได้ผล



รองเท้ากัด มักเกิดแผลบริเวณข้อเท้าเพราะเป็นบริเวณที่มีแรงกดและมีการเสียดสี หากเป็นมาก แผลจะมีลักษณะเหมือนกับตุ่มพอง ผิวหนังด้านนอกแยกตัวออกมาจากผิวหนังด้านในเป็นช่องว่าง และมีน้ำเหลือง หรืออาจมีเลือดปนได้หากเส้นเลือดขนาดเล็กภายในแตก แผลรองเท้ากัดอาจส่งผลให้เดินหรือทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ลำบาก



สาเหตุที่ทำให้รองเท้ากัดมีดังนี้
เท้าร้อนหรือชื้น
ใส่รองเท้าที่ไม่พอดีและมักจะเสียดสีกับเท้าเวลาเดิน
ใส่รองเท้าโดยไม่สวมถุงเท้า
ใส่ถุงเท้าที่ย่นหรือยับ
ใส่ส้นสูง เพราะร่างกายจะถูกบังคับให้เทน้ำหนักไปบริเวณเนินปลายเท้าเพียงจุดเดียว
มีรูปเท้าที่ผิดปกติส่งผลให้ใส่รองเท้าไม่พอดี

แผลรองเท้ากัดอาจเพิ่มขึ้น หากยังเดินหรือวิ่งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อต้องถือของหนัก ๆ เช่น กระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อรองเท้าเสียดสีกับผิวมาก ๆ ร่างกายจะสร้างวิธีในการป้องกันตัวเองขึ้น เพื่อไม้ให้ผิวหนังด้านในได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้ อาจต้องหยุดทำกิจกรรมที่กระทำอยู่เพื่อลดความเจ็บปวดจากการเสียดสีและแรงกดบริเวณแผล

วิธีรักษาแผลจากรองเท้ากัด

หากเป็นตุ่มพองจากแผลรองเท้ากัด ร่างกายจะทำการรักษาตนเองตามธรรมชาติ โดยผิวหนังใหม่จะถูกสร้างขึ้นภายใต้ตุ่มพอง ร่างกายจะดูดซึมของเหลวกลับเข้าไป ผิวหนังด้านหน้าจะแห้งและหลุดร่อนออกไป ทำให้แผลรองเท้ากัดส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องพึ่งการรักษาทางการแพทย์

การรักษาแผลรองเท้ากัดด้วยตนเอง

แผลรองเท้ากัดอาจมีขนาดใหญ่และทำให้รู้สึกไม่คล่องตัว การทำความสะอาดและรักษาแผลในเบื้องต้นด้วยตนเองทำได้ดังนี้

ล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ใช้เข็มปราศจากเชื้อหรือก้านสำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดเข็ม
ทำความสะอาดตุ่มพองด้วยยาฆ่าเชื้อโรค
ใช้เข็มเจาะเป็นรูขนาดเล็กเข้าไปในตุ่มพอง
ปล่อยให้ของเหลวไหลออกมา
ใช้ยาขี้ผึ้งหรือครีมต้านเชื้อแบคทีเรียทาบริเวณแผล
ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลหรือผ้าก๊อซ
ทำความสะอาดแผลด้วยครีมต้านเชื้อแบคทีเรียทุกวันจนกว่าแผลจะหายดี

หากตุ่มพองแตก ขั้นตอนการรักษาด้วยตนเองมีดังนี้
ค่อย ๆ ล้างแผลด้วยน้ำเกลือปลอดเชื้อ ห้ามใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้แผลหายช้า
ห้ามกำจัดหนังบนตุ่มพองออก นอกจากแผลภายในสกปรกหรือมีหนองอยู่ภายใน
อาจปิดแผลด้วยผ้าพันแผลแบบไม่ติดแผลหรือ ผ้าพันแผลที่มีปิโตรเลียมเจลลี่ชั้นบาง ๆ เช่น วาสลีน
อาจเพิ่มปิโตรเลียมเจลลี่หรือเปลี่ยนผ้าพันแผลเมื่อจำเป็น

ควรเจาะแผลรองเท้ากัดไหม ?

การเจาะแผลรองเท้ากัดจะทำให้เกิดรูบนผิวหนัง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ ในบางครั้งการเจาะตุ่มพองนั้นอาจทำให้เจ็บมากขึ้น โดยทั่วไปการเจาะแผลรองเท้ากัดจะกระทำต่อเมื่อมีขนาดตุ่มพองที่ใหญ่มาก และต้องการให้รู้สึกคล่องตัวขึ้น รู้สึกดีขึ้น

หากเป็นโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน เอชไอวี หรือโรคติดต่ออื่น ๆ เช่น โรคอีสุกอีใส ไม่ควรเจาะแผล เพราะอาจทำให้ติดเชื้อหรือเชื้อแพร่กระจายได้ และหากสังเกตเห็นว่าแผลนั้นมีลักษณะที่ค่อนข้างจะรุนแรงหรือมีอาการแดง บวม ปวดหรือมีหนองบริเวณรอบ ๆ ตุ่มพอง แผลอาจมีการติดเชื้อ อาจต้องทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที

ภาวะแทรกซ้อนจากรองเท้ากัด

แผลรองเท้ากัดส่วนใหญ่หายเร็ว แต่หากไม่ทำความสะอาดให้ดีหรือทิ้งแผลเปิดไว้ ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้เช่นแผลเปื่อยหรือติดเชื้อ สัญญาณของอาการติดเชื้อมีดังนี้
ปวด บวม แดงหรือรู้สึกร้อนบริเวณรอบ ๆ แผลมากขึ้น
น้ำหนองไหล
มีไข้
บวมแดงลามออกมานอกตุ่มพองเมื่อมีการอักเสบมากขึ้น

วิธีป้องกันรองเท้ากัด

หากเป็นผู้ที่ไม่ได้มีรูปเท้าที่ผิดปกติแต่ยังต้องประสบกับปัญหารองเท้ากัด ควรพิจารณาในการเลือกรองเท้าให้มากขึ้น เพราะรองเท้าที่ใส่อยู่อาจไม่พอดีกับเท้า เช่น ใหญ่ไปหรือคับไป จนทำให้เกิดการเสียดสีขึ้น วิธีป้องกันรองเท้ากัดมีดังนี้

สวมใส่รองเท้าที่มีขนาดพอเหมาะพอดีและสวมถุงเท้าที่สะอาด
เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ๆ ซึ่งป้องกันการเกิดความชื้นได้ หรือหากต้องทำกิจกรรมที่เหงื่อออกบริเวณเท้ามาก ๆ แนะนำให้ใส่ถุงเท้ากีฬาเพราะจัดการกับความชื้นได้ดีกว่า
แปะแผ่นป้องกันอีกชั้นระหว่างบริเวณที่รองเท้ากัดซึ่งสามารถช่วยลดการเกิดตุ่มพองได้ การแปะแผ่นลดการเสียดทานที่รองเท้าจะได้ผลดีกว่าและติดทนกว่า
ใส่สารช่วยหล่อลื่นผิวอย่างแป้งฝุ่นภายในรองเท้า สามารถช่วยลดอาการเสียดทานในระยะสั้นได้ แต่แป้งจะดูดซึมความชื้นและส่งผลเสียหากใส่ไปนาน ๆ

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ