http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

ง่วงนอนทั้งวัน หลับได้ทุกที่ ระวังให้ดีอาจเป็นโรคลมหลับ (Narcolepsy)




ง่วงนอนทั้งวัน แถมยังพร้อมจะหลับได้ทุกที่ นี่อาจเป็นอาการของโรคลมหลับ ละเลยไปอาจร้ายแรงเกินควบคุม

อาการง่วงเหงาหาวนอน ดูผิวเผินแล้วไม่น่ากังวลอะไร แต่ถ้าหากง่วงมาก ๆ จนผล็อยหลับง่าย ๆ ในเวลากลางวันบ่อยเกินไปละก็ นั่นอาจเป็นสัญญาณของ "โรคลมหลับ" ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะอาการของโรคนี้ ทั้งรบกวนชีวิตเวลาตื่นนอน และส่งผลเสียต่อการนอนหลับในเวลากลางคืนด้วย มาทำความรู้จักว่า โรคลมหลับ เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร และมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง




โรคลมหลับ คืออะไร

โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับโดยตรง โดยจะทำให้เรามีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ และผล็อยหลับไปในเวลากลางวันโดยไม่รู้ตัว หรือในบางครั้งก็อาจจะมีคล้ายกับการหลับ อย่างเช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง คอตก ในขณะที่อารมณ์เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ผู้ป่วยก็มักจะรู้สึกว่าตัวเองนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจทำให้อาการยิ่งรุนแรงจนเกินที่จะควบคุม และทำให้ผู้ป่วยเป็นอันตรายได้หากผล็อยหลับในขณะที่กำลังขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานกับเครื่องจักร

โรคลมหลับ เกิดจากอะไร

โรคลมหลับยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดที่ชัดเจน แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองกลุ่มสารสื่อประสาทไฮโปเครติน (Hypocretin) ทำให้สมองไม่สามารถควบคุมวงจรการนอนหลับให้เป็นปกติได้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางรายก็ได้สันนิษฐานไปอีกว่าโรคลมหลับอาจเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมร่วมกับปัจจัยภายนอกบางอย่าง เพราะมีการพบว่าผู้ป่วยมักจะมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างชายและหญิงแล้ว โรคลมหลับมักจะเกิดขึ้นกับเพศชายได้มากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่มักจะพบในกลุ่มคนวัยรุ่นอายุ 15-25 ปี รองลงมาคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 35-45 ปี แต่อาการโรคลมหลับก็สามารถเกิดขึ้นกับเด็กอายุ 5-6 ขวบ หรือผู้สูงอายุได้เช่นกัน




โรคลมหลับ อาการเป็นอย่างไร

อาการหลัก ๆ ของโรคลมหลับที่สามารถเห็นได้ชัดก็คืออาการอ่อนเพลียตลอดเวลา และอาจหลับได้ตลอดเวลา แต่นอกจากนี้ก็ยังสามารถพบอาการอื่น ๆ ได้ดังนี้

1. หลับแบบเฉียบพลัน (Sleep attacks)

อาการดังกล่าวเป็นอาการง่วงหลับไปแบบทันทีในขณะที่กำลังกิจกรรมต่าง ๆ อยู่ โดยเป็นการหลับแบบตากระตุก ซึ่งคนปกติเวลาที่นอนหลับจะหลับแบบตาไม่กระตุก ทั้งนี้อาการหลับเฉียบพลันจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีหากอยู่ในท่าที่ไม่สะดวก เช่น ยืน หรือนั่ง แต่ก็อาจจะหลับไปได้เป็นชั่วโมงหากอยู่ในท่านอน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะรู้สึกสดชื่นเหมือนคนตื่นนอนปกติ แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็จะหลับอีก เป็นวงจรแบบนี้ไปทั้งวัน อีกทั้งอาการหลับแบบเฉียบพลันยังส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่อยากเคลื่อนไหวร่างกาย ชอบนั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวันอีกด้วย

2. กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Cataplexy)

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหมดแรงฉับพลันในโรคลมหลับนั้นส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นเมื่ออารมณ์เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ ประหลาดใจ กลัว หรือหัวเราะอย่างหนัก อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีและผู้ป่วยจะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาที่เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทั้งนี้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มมีการสำแดงของโรคลมหลับ และสามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ที่พบบ่อยก็มักจะเป็นศีรษะตก ขากรรไกรตก แขนตก เข่าอ่อน พูดตะกุกตะกัก มองเห็นภาพซ้อน ในกรณีที่เป็นมาก อาจจะถึงขั้นล้มลงกับพื้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้

แต่โดยส่วนใหญ่แล้วอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้ป่วยโรคลมหลับมักจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือเป็นชั่วครู่ก็หาย แต่ก็สามารถสังเกตได้เบื้องต้น ดังนี้

- อาการเข่าอ่อนเล็กน้อย ทำให้ต้องยืนพิงเสา หรือยืนพิงกำแพง
- พูดตะกุกตะกัก หรือมีการมองเห็นภาพซ้อนโดยไม่เคยมีปัญหาสายตาก่อนหน้านี้
- มือไม้อ่อนจนทำให้ถ้วยหรือจานตกจากมือ หรือน้ำหกจากถ้วยที่ถืออยู่

3. เกิดภาพหลอน (Hallucinations)

โรคลมหลับนอกจากจะทำให้มีอาการนอนหลับที่ผิดปกติแล้วก็ยังอาจทำให้เกิดอาการภาพหลอนได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนว่าความฝันนี้เป็นความจริง สามารถมองเห็น ได้ยิน ดมกลิ่น หรือลิ้มรสชาติได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นเรียกว่า "ฝันเสมือนจริง" สามารถเกิดได้ทั้งในขณะที่นอนหลับ หรือตอนเคลิ้มหลับ แม้แต่ตอนที่ตื่นนอนก็อาจจะเห็นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ภาพหลอนที่ผู้ป่วยมักจะเห็นได้แก่ วงสีต่าง ๆ สัตว์ วัตถุที่มีขนาดคงที่หรือขนาดเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ หรือเป็นภาพธรรมชาติทั่วไป ขณะที่ผู้ป่วยบางคนอาจเห็นภาพน่ากลัว อย่างเช่น ผีสาง หรือสัตว์ประหลาด เป็นต้น หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหลอนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง อาทิ เสียงเพลง เสียงน้ำ เสียงลม เสียงขู่กรรโชก ฯลฯ

ในบางรายอาจมีความรู้สึกหลอน (cenesthopathic feeling) ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อยในกลุ่มผู้ป่วยโรคลมหลับ โดยจะรู้สึกเหมือนมีคนมาแตะต้องหรือลูบคลำร่างกาย รู้สึกเหมือนแขนขาอยู่ผิดที่ผิดทาง รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยอยู่บนอากาศ และมองเห็นตัวเองนอนอยู่ หรือมีความรู้สึกมีคนกระโดดลงมาทับหรือนั่งทับตนเอง

อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่นาน และจะหยุดลงพร้อมกับอาการอวัยวะบางส่วน เช่น แขนหรือขากระตุก ทว่าอาการหลอนไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคลมหลับเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับคนที่นอนไม่พอหรือนอนผิดเวลาได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยด้วย

4. อาการผีอำ (Sleep Paralysis)

ผู้ป่วยด้วยโรคลมหลับมักจะเคยเจออาการคล้ายกับผีอำ โดยจะไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายหรือไม่สามารถพูดได้แม้จะเป็นในเวลาที่นอนหลับหรือตื่นนอน แต่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีแล้วก็จะกลับมาเป็นปกติค่ะ

5. นอนไม่หลับ

หลายคนที่ต้องประสบกับอาการของโรคลมหลับมักจะนอนไม่หลับในเวลากลางคืน เนื่องจากฝันเสมือนจริงที่เกิดขึ้นไปรบกวนเวลานอนหลับ ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ผล็อยหลับได้บ่อยขึ้นในเวลากลางวัน

6. ไม่มีสมาธิ

เมื่อกลางคืนไม่สามารถนอนหลับได้สนิท และกลางวันมักจะผล็อยหลับบ่อย ผู้ป่วยโรคนี้ก็จะเริ่มไม่มีสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และจะส่งผลเลวร้ายไปถึงปัญหาเรื่องความจำ และภาวะอารมณ์จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้




โรคลมหลับ วินิจฉัยได้อย่างไร

การวินิจฉัยโรคลมหลับในขั้นต้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยอาการที่เข้าข่ายว่าเป็นโรคลมหลับมีดังนี้

1. อาการง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวัน ร่วมกับอาการนอนหลับแบบเฉียบพลัน หรืออาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

2. อาการนอนหลับแบบตากระตุก โดยอาการนอนหลับแบบนี้จะต้องสังเกตในขณะที่เกิดอาการนอนหลับแบบเฉียบพลัน ซึ่งถ้าหากในขณะที่หลับไปอย่างเฉียบพลันนั้น มีอาการกระตุกของเปลือกตาทั้ง 2 ข้างจากการเคลื่อนไหวของดวงตา หายใจไม่สม่ำเสมอและช้า และปลุกให้ตื่นได้ง่ายกว่าการนอนหลับแบบปกติ

หากพบว่ามีอาการตรงกับ 2 ข้อข้างต้น ก็ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับเพื่อตรวจชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งวิธีการตรวจโรคลมหลับสามารถทำได้ด้วยการตรวจการนอนหลับ (Polysomnogram) และการตรวจความง่วงนอน (multiple sleep latency test - MSLT) ซึ่งการตรวจด้วยวิธีเหล่านี้ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินว่าอาการง่วงนอนบ่อย ๆ นั้นไม่ใช่อาการของโรคร้ายแรง จึงจะสามารถตรวจการนอนหลับได้




โรคลมหลับ รักษาได้อย่างไรบ้าง

เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในระบบประสาท จึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมอาการไม่ให้รุนแรง และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทั้งนี้การรักษาสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจะสามารถช่วยอาการทุเลาลงได้ โดยผู้ป่วยควรจะจัดตารางชีวิตใหม่ เริ่มจาก

- เพิ่มการงีบหลับอย่างน้อยวันละ 10-15 นาที เพื่อลดความง่วงที่เกิดขึ้น
- จัดตารางการนอนหลับของตัวเองในแต่ละวัน ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้อาการโรคลมหลับส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ตรงเวลาอยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน และไม่สูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายหากเกิดอาการขึ้น ได้แก่ การขับขี่ยานพาหนะ การทำงานกับเครื่องจักร การทำอาหาร หรือการยกของหนัก เป็นต้น

2. การรักษาด้วยการใช้ยา

การใช้ยาในการรักษามีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาวะง่วงนอนมากกว่าปกติ และการผล็อยหลับ โดยแพทย์มักใช้ยาในกลุ่มกระตุ้นประสาทอย่าง ยาเมทิลเฟนิเดต (Methylphenidate), แอมเฟตามีน (Amphetamines) หรือ โมดาฟินิล(Modafinil) เพื่อให้รู้สึกตื่นตัว และจะใช้ยาในกลุ่มต้านเศร้าอย่าง ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine) เพื่อรักษาอาการผล็อยหลับ ซึ่งการใช้ยาเหล่านี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดค่ะ

โรคลมหลับเป็นโรคที่น่ากลัวอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนักแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพที่มาจากการนอนหลับไม่เพียงพออีกด้วย ที่สำคัญโรคนี้ยังไม่สามารถป้องกันได้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการตามที่ว่ามาข้างต้นก็ควรรีบไปพบแพทย์อย่างด่วน จะได้ทำการรักษากันได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูกพิเศษได้ที่>> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท

แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr

หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr

****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
National Sleep Foundation
National Institutes of Health

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ