http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องผูกขณะตั้งครรภ์ สาเหตุและการรักษาที่คุณแม่ควรรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องผูกขณะตั้งครรภ์ สาเหตุและการรักษาที่คุณแม่ควรรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2561

ท้องผูกขณะตั้งครรภ์ สาเหตุและการรักษาที่คุณแม่ควรรู้


ท้องผูกขณะตั้งครรภ์ สาเหตุและการรักษาที่คุณแม่ควรรู้



ท้องผูกขณะตั้งครรภ์เป็นปัญหาที่ทำให้ว่าที่คุณแม่รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว แถมยังส่งผลถึงอารมณ์และความรู้สึก คุณแม่จึงควรทราบถึงสาเหตุและวิธีช่วยบรรเทาอาการเพื่อการดูแลตัวเองในระหว่างตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย



ท้องผูกขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยสตรีมีครรภ์จำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหานี้ สาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวและย่อยอาหารได้ช้าลงจนเกิดอาการท้องผูกตามมา

นอกจากนี้ การเจริญเติบโตของทารกก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีอาการท้องผูกได้ เพราะเมื่อมดลูกขยายตัวใหญ่ขึ้นจะส่งผลให้เกิดแรงดันบริเวณทวารหนักจนกระทบต่อระบบขับถ่าย อีกทั้งการรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก ก็อาจทำให้มีผลข้างเคียงเป็นอาการท้องผูกได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณมาก

ท้องผูกขณะตั้งครรภ์อันตรายหรือไม่ ?

อาการท้องผูกในขณะตั้งครรภ์มักไม่ส่งผลอันตรายต่อว่าที่คุณแม่หรือทารกในครรภ์ ทว่าบางครั้งอาการท้องผูกก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายได้หากมีอาการท้องผูกร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องเสียอย่างต่อเนื่อง ถ่ายเป็นมูกหรือเลือด เป็นต้น

ขณะที่การขับถ่ายที่ลำบากมากขึ้นจากอาการท้องผูกยังอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักบวมจนกลายเป็นริดสีดวงทวาร และทำให้คุณแม่เกิดความรู้สึกเจ็บปวดได้ แต่ส่วนใหญ่มักดีขึ้นและหายได้เองหลังคลอดบุตร ทว่าหากมีอาการเจ็บปวดรุนแรงผิดปกติหรือมีเลือดออกทางทวารหนัก ควรรีบไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก

ท้องผูกขณะตั้งครรภ์รักษาได้อย่างไร ?

อาการท้องผูกที่เกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์อาจบรรเทาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและการรับประทานเช่นเดียวกับอาการท้องผูกในคนทั่วไป โดยปฏิบ้ัติตามวิธีดังต่อไปนี้
รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น การเพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารในมื้ออาหารจะกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายและช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้นได้ ควรรับประทานไฟเบอร์ที่มาจากผัก ผลไม้ หรือธัญพืชไม่ขัดสีให้ได้อย่างน้อย 25-30 กรัมต่อวัน
ดื่มน้ำให้มาก นอกจากการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ไฟเบอร์ทำงานได้มากขึ้นและส่งผลดีต่อการขับของเสียออกจากร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ได้รับน้ำเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอีกด้วย
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คุณแม่ที่ออกกำลังกายน้อยจะยิ่งเสี่ยงต่ออาการท้องผูกได้ ดังนั้น แม้จะตั้งครรภ์ก็ควรหมั่นออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการเดิน ว่ายน้ำ โยคะ หรือออกกำลังกายตามความเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบลำไส้
ลดหรือเลี่ยงการใช้อาหารเสริมธาตุเหล็ก การลดปริมาณอาหารเสริมธาตุเหล็กและหันมารับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในระหว่างการตั้งครรภ์ เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดอาการท้องผูกได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณธาตุเหล็กที่คุณแม่ต้องการในแต่ละวัน เพื่อจัดสรรปริมาณอาหารที่มีธาตุเหล็กได้อย่างเพียงพอและเหมาะสม
ใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ คุณแม่อาจใช้ยาบางชนิดที่มีขายทั่วไปตามร้านขายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เช่น ผงไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการทำงานของระบบลำไส้และทำให้อาการท้องผูกลดลง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย

วิธีรักษาอาการท้องผูกที่ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์


แพทย์มักไม่แนะนำให้สตรีมีครรภ์ใช้ยาระบายเพื่อรักษาอาการท้องผูก เนื่องจากยาชนิดนี้อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำหรือเกิดการหดตัวของมดลูกและส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แต่หากอาการท้องผูกไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงแม้ลองทำตามวิธีต่าง ๆ ดังข้างต้นแล้ว ควรไปรับการรักษาจากแพทย์ โดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาระบายที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ เพื่อช่วยให้คุณแมถ่ายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรักษาอาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์ด้วยน้ำมันมิเนอรัล เพราะอาจส่งผลทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุได้ลดลง ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อทั้งแม่และเด็ก

https://www.pobpad.com

สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^
www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ