http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

ตื่นเช้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


ตื่นเช้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป



การตื่นเช้าอาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลาย ๆ คน อาจต้องใช้นาฬิกาปลุกเพื่อช่วยให้ตื่นได้ตรงเวลา ซึ่งมักจะทำให้เกิดความสับสนมึนงงหรือรู้สึกไม่ดีในตอนเช้า ดังนั้น การเข้าใจธรรมชาติของร่างกายหรือนาฬิกาชีวิต รวมไปถึงวงจรการนอนหลับ อาจเป็นทางออกที่ดีที่จะช่วยให้ตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น



ทำไมการตื่นนอนในตอนเช้าจึงทำได้ยาก?

การนอนหลับของคนเราในทุก ๆ คืน จะวนอยู่ในวงจรของการนอนหลับ 4-6 รอบ โดยแต่ละรอบจะประกอบด้วย 5 ระยะ ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังหลับไม่ลึกไปจนถึงระยะที่หลับลึกหรือระยะที่ 4 และระยะสุดท้ายที่ดวงตาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระยะนี้มักจะเป็นช่วงที่คนเราฝัน โดยในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ในวงจรการนอนหลับระยะที่ 3 หรือ 4 การตื่นนอนจะทำได้ค่อนข้างยาก ซึ่งคนส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงที่หลับลึกโดยเฉพาะช่วงเวลาตี 4-6 โมงเช้า

การตื่นเช้าเป็นไปได้ยากอาจเป็นเพราะนอนหลับไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติด้านการนอน (Sleep Disorder) ได้แก่
ภาวะนอนหลับไม่เป็นเวลา (Circadian Rhythm Disorders) หรือเกิดความผิดปกติด้านการนอน ซึ่งอาจมีสาเหตุจากเจ็ทแล็ก (Jet Lag) การเปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานหรือผู้ที่ทำงานเป็นกะ หรือนอนไม่หลับจากการเปลี่ยนเวลานอน เช่น นอนตื่นสายหรือนอนตื่นเช้ากว่าปกติ
โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) ทำให้รู้สึกนอนหลับไม่เพียงพอ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โดยอาจมีสาเหตุมาจากความเครียด โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า พฤติกรรมการนอนหลับที่ไม่ดี ภาวะนอนหลับไม่เป็นเวลา หรือการใช้ยารักษาโรค
นอนกรน เพราะเสียงกรนอาจทำให้รบกวนการนอนหลับและยังบ่งบอกถึงอาการเบื้องต้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) เกิดจากการอุดกั้นบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน และทำให้รบกวนการหายใจจนทำให้ต้องตื่นขึ้นมาบ่อย ๆ ขณะนอนหลับโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ง่วงนอนในระหว่างวัน
ตั้งครรภ์ ในช่วง 3 เดือนแรก และ 3 เดือนสุดท้ายในช่วงของการตั้งครรภ์ มักจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้นอนไม่หลับและอ่อนเพลียในช่วงกลางวัน เพราะอาจต้องเข้าห้องน้ำบ่อย มีอาการแพ้ท้อง หรือไม่สบายตัว และหลังจากที่คลอดแล้วก็ยังต้องดูแลเด็กหรือเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจนทำให้รบกวนการนอนหลับได้
โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นโรคที่สมองเกิดความผิดปกติทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากกว่าปกติในเวลากลางวันหรือง่วงนอนตลอดเวลา
กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome: RLS) เป็นภาวะที่ทำให้ขาหรือเท้าของผู้ป่วยกระตุกอยู่บ่อยครั้ง เพราะรู้สึกไม่สบายที่ขา ซึ่งจะรบกวนการนอนหลับและทำให้ตื่นขึ้นระหว่างนอนหลับ โดยเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยกลางคนจนถึงวัยผู้สูงอายุ
ฝันร้าย หรือฝันถึงเหตุการณ์หรือสิ่งที่น่ากลัวในระหว่างที่นอนหลับอยู่ในช่วงระยะหลับฝัน (Rapid Eye Movement: REM Sleep) อาจมีสาเหตุมาจากความเครียด โรควิตกกังวล หรือการใช้ยาบางชนิด
ละเมอหรือละเมอกรีดร้อง จะเกิดในช่วงหลับธรรมดา (Non-Rapid Eye Movement: NREM Sleep) และมักเกิดกับเด็กอายุ 3-5 ปี โดยเด็กที่ละเมอกรีดร้องจะตื่นขึ้นมาและกรีดร้องโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนผู้ที่ละเมอจะลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป เช่น เดินออกจากบ้าน ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
ภาวะซึมเศร้าในตอนเช้า (Morning Depression) เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยอาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้ารุนแรงในช่วงตอนเช้า เช่น รู้สึกเศร้ามาก เกิดความคับข้องใจ โกรธ อ่อนเพลีย และทำให้มีปัญหาในการตื่นนอนและลุกจากเตียงในตอนเช้า

ปัจจัยอื่น ๆ ที่รบกวนการนอนหลับ ได้แก่
วัยเด็ก เด็กแรกเกิดอาจต้องการการนอนหลับมากถึง 16 ชั่วโมงต่อวัน แต่โดยส่วนใหญ่จำเป็นต้องตื่นมากินนมในช่วงกลางคืนจนถึงอายุ 4 เดือน ส่วนในเด็กวัยเรียนหนังสือ อาจต้องการการนอนหลับ 10 ชั่วโมงต่อวัน โดยการนอนหลับของเด็กวัยนี้อาจถูกรบกวนด้วยอาการเจ็บป่วยหรือเป็นไข้
วัยสูงอายุ ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป อาจจะนอนหลับได้ไม่ลึกเท่ากับวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักจะเกิดกับวัยผู้สูงอายุ
การดำเนินชีวิต ผู้ที่ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีโอกาสสูงที่จะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ
การใช้ยารักษาโรค ยาหลายชนิดที่นำมาใช้รักษาโรคมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับ และยาบางชนิดยังมีผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียในเวลากลางวัน
ภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล โดยการนอนไม่หลับเป็นอาการที่สำคัญของภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล
ภาวะหัวใจล้มเหลวและปัญหาเกี่ยวกับปอด โดยอาการของโรคและภาวะดังกล่าวมักจะทำให้เกิดความยากลำบากในการนอนหลับ เพราะเมื่อถึงเวลานอนอาจทำให้เกิดอาการหายใจไม่ออกหรือรู้สึกเหนื่อยหอบได้

ในแต่ละคืนคนเราต้องการการนอนหลับมากเท่าไหร่?

วงจรการนอนหลับ 1 รอบ จะอยู่ที่ประมาณ 90 นาที ซึ่งหมายความว่าควรนอนให้ได้คืนละประมาณ 7 ชั่วโมงครึ่งต่อคืน แต่บางคนอาจต้องการเพียง 6 ชั่วโมงต่อคืน หรือบางคนอาจต้องการถึง 9 ชั่วโมง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้น แต่ละคนควรที่จะสังเกตตนเองว่าเหมาะจะใช้เวลาในการนอนหลับมากเท่าไหร่

วิธีที่จะช่วยปรับนิสัยให้ตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น
ควรเริ่มต้นจากการวางแผนจัดการตารางเวลานอนหลับให้เหมาะสม โดยการสังเกตนาฬิกาชีวิตของแต่ละคน ซึ่งจะช่วยให้สามารถตื่นตอนเช้าได้ตามเวลาที่ต้องการหรือตื่นได้ง่ายขึ้น
ควรทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตหรืออะไรเป็นแรงจูงใจที่ทำให้อยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เช่น อยากตื่นขึ้นมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับคนในครอบครัว ออกกำลังกาย หรือใช้เวลาในการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนั้น ๆ เมื่อทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการ ก็อาจบอกกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนถึงสิ่งที่ตนเองต้องการเปลี่ยนแปลง เพราะการสำนึกถึงความรับผิดชอบของตนเองมีส่วนช่วยให้สามารถตื่นเช้าได้คล้ายกับการใช้นาฬิกาปลุก
เมื่อทราบถึงสิ่งที่ตนเองต้องการจะทำในเวลาเช้าแล้ว อาจประหยัดเวลาบางส่วนในเวลาเช้าด้วยการเตรียมสิ่งของหรือเสื้อผ้าที่ต้องใช้ในวันถัดไปตั้งแต่ก่อนเข้านอน
ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้านอนเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะการใช้เวลาอยู่กับแสงจากหน้าจอเหล่านี้ก่อนเข้านอนอาจทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น
เมื่อตื่นนอนแล้วลุกขึ้นนั่งและแกว่งขาไปมา หรือหายใจเข้าออกลึก ๆ 3 หรือ 4 ครั้ง เพื่อตั้งสติและปรับตัวก่อนไปใช้ชีวิตประจำวัน
ออกกำลังกายในตอนเช้าเพื่อเพิ่มพลังให้ร่างกายและจิตใจ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงเวลาใกล้จะเข้านอน
รับแสงอาทิตย์เมื่อตื่นนอนเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง เมื่อตื่นนอน เพราะจะช่วยตั้งเวลานาฬิกาชีวิตของร่างกายใหม่ ซึ่งมีผลต่อการนอนหลับและเวลาในการตื่นนอน
ตรวจสอบหรือจัดการตารางเวลาการทำกิจกรรมบางอย่างที่อาจรบกวนการนอนหลับหรือการตื่นนอนใหม่ เช่น หากต้องออกกำลังกายในเวลาเย็นซึ่งใกล้กับเวลานอนหลับ ซึ่งอาจทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ควรหาเวลาสำหรับการออกกำลังกายให้เร็วขึ้น
รับประทานเมลาโทนิน (Melatonin) เป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกายใหม่ โดยลองใช้ปริมาณ 0.5-1.0 มิลลิกรัม ก่อนนอนประมาณ 5-6 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2-3 วัน อย่างไรก็ตาม การใช้เมลาโทนินจะไม่ได้ผลกับผู้ที่มีความผิดปกติด้านการนอน (Sleep Disorders) และยังทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ในวันถัดไปสำหรับบางราย นอกจากนั้น ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายหรือโรคเบาหวาน ใช้ยาคุมกำเนิด ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยากล่อมประสาท หรือยารักษาโรคความดัน ไม่ควรใช้ยาเมลาโทนินโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์
พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาในการนอนหลับ เช่น โรคภูมิแพ้ ภาวะซึมเศร้า หรือภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นโรคและภาวะที่สามารถรบกวนการนอนหลับได้
พยายามเลิกใช้ปุ่ม Snooze ของนาฬิกาปลุก เพื่อต่อเวลาในการนอนออกไป เพราะจะยิ่งทำให้ตื่นได้ยากขึ้นและอาจตื่นสายขึ้น โดยอาจใช้วิธีนำนาฬิกาปลุกไปวางไว้ให้ห่าง ๆ เตียง เพื่อที่เวลานาฬิกาปลุกดังขึ้นจะทำให้เราต้องตื่นและลุกขึ้นไปปิด
แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตื่นสายได้ ก็ควรปรับพฤติกรรมใหม่ให้ตื่นเช้าเวลาเดียวกันกับวันธรรมดา เพราะจะทำให้ไม่รบกวนนาฬิกาชีวิตที่ได้จัดการไว้ดีแล้ว
สุดท้าย ควรประเมินตนเองถึงผลที่ได้หลังจากที่ใช้ความพยายามในการจัดการให้นอนหลับและการตื่นนอนในตอนเช้า หากทำได้ดีแล้วก็ควรทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่าสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคก็อาจปรับเปลี่ยนวิธีใหม่ให้เหมาะสม

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ