http://www.true100percent.com/

http://www.true100percent.com/
สั่งซื้อสินค้าอออนไลน์ ได้ง่ายๆ คลิกเลย^^ www.true100percent.com
atopalm atopiclair Beta-Curve Bio-oil BK MASK burnova cetaphil CG210 COLLA-L creatine activ Dermalis DERMALIS skincare dermatix Dr.Jill DYMABURN Ellgy eucerin EZERRA Gluta Mc Plus HAKUBI C Gel Helionof Himalaya hiruscar LA ROCHE LIPO8 MAXKIN MC PLUS mederma MEDMAKER Meiji Melloderm-HQ Neocell okamoto OMG Physiogel pico Preme SAND-M scagel scaresthetique scargel Smooth-E spectraban TOMEI Vistra vitara berich Zermix กระชับสัดส่วน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กันแดด ครีมบำรุงผิว เคล็ดลับสุขภาพดี เคล็ดลับหน้าขาวใส ช่วยนอนหลับ ที่ตรวจการตกไข่ ที่ตรวจครรภ์ใช้ง่าย ที่ตรวจยาบ้า บำรุงกระดูกและข้อต่อ บำรุงสุขภาพ ปากแห้ง ผมร่วง ผิวขาว ผิวแพ้ง่าย เพิ่มสมรรถภาพชาย มาส์กหน้าใส รักษาฝ้า รักษาสิว ลดน้ำหนัก ลบรอยแผลเป็น ลิปบาล์ม สมุนไพร กลูต้าไทโอน คอลลาเจน ตังถังเช่า ถังเช่า ถุงยางอนามัย ทับทิม เวย์โปรตีน AHA Aloe vera grape seed Urea อุปกรณ์การแพทย์ FOR MEN FOR WOMEN Review COSMETIC Review Vitamin

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

กราโนล่า กินง่าย ได้ประโยชน์ จริงหรือไม่ ?


กราโนล่า กินง่าย ได้ประโยชน์ จริงหรือไม่ ?



กราโนล่า (Granola) คือ อาหารเช้าหรือขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวโอ้ต ถั่ว ผลไม้อบแห้ง เมล็ดพันธุ์ธัญพืชต่าง ๆ โดยกราโนล่ามักถูกนำมาผ่านกระบวนการจนทำให้สุกกรอบ หรือนำมาอัดเป็นแท่งเพื่อความสะดวกต่อการรับประทาน



คนทั่วไปนิยมรับประทานกราโนล่าโดยนำไปผสมกับน้ำผึ้ง โยเกิร์ต นม ผลไม้สด ซีเรียลอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งนำกราโนล่าไปโรยหน้าของหวานชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความน่ารับประทาน

ส่วนกราโนล่าบาร์ หรือกราโนล่าที่ถูกผลิตขึ้นมาในรูปแบบแท่งนั้น มักเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักที่ต้องการได้รับแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย หรือผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร รับประทานได้ง่าย และประหยัดเวลาในการรับประทานแบบมื้ออาหาร

เนื่องจากกราโนล่าประกอบไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้ง หลายคนจึงเชื่อว่า กราโนล่าอาจเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทดแทนอาหารมื้อหลักได้ในบางครั้ง แต่มีงานค้นคว้าจำนวนหนึ่งที่ทดลองเกี่ยวกับคุณประโยชน์และผลลัพธ์จากการบริโภคกราโนล่าในแง่ต่าง ๆ มาดูกันว่ากราโนล่ามีประโยชน์จริงหรือไม่

การทดลองที่อาจเกี่ยวข้องประสิทธิผลของกราโนล่า

การลดน้ำหนัก

เนื่องจากกราโนล่าประกอบไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้งต่าง ๆ หลายคนจึงเชื่อว่ากราโนล่าอาจมีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพดังเช่นการบริโภคธัญพืชและผลไม้นานาชนิด จากการได้รับสารอาหาร วิตามิน และเส้นใยต่าง ๆ จากการบริโภคเมล็ดธัญพืชและผลไม้ในกราโนล่า ซึ่งอาจช่วยลดและควบคุมน้ำหนักตัวได้

การค้นคว้าในด้านคุณประโยชน์และประสิทธิผลของกราโนล่าด้านการลดน้ำหนักและไขมันจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ในปัจจุบันกลับมีเพียงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ของกราโนล่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หนึ่งในงานค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกราโนล่า เป็นงานทดลองการบริโภคอาหารที่มีน้ำมันไดเอซิลกลีเซอรอล (Diacylglycerol Oil) ซึ่งเป็นน้ำมันที่ผลิตจากกรดไขมันธรรมชาติจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลาหรือเรพซีด (Canola/Rapeseed) เปรียบเทียบกับอาหารที่ควบคุมปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triacylglycerol Control Oil) เป็นไขมันที่พบได้ทั่วไปจากการรับประทานอาหารประเภทขนมกรุบกรอบ หรือกะทิ เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดแข็งน้ำมันไดเอซิลกลีเซอรอล ถูกเชื่อว่าอาจช่วยกระตุ้นการลดไขมันและน้ำหนักตัวลงได้ แต่ยังคงไม่มีหลักฐานสนับสนุนเฉพาะที่เพียงพอในด้านดังกล่าว โดยการทดลอง คือ ให้ผู้ทดลองซึ่งเป็นชายและหญิงที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน จำนวนทั้งสิ้น 131 ราย บริโภคอาหารที่มีน้ำมันทั้ง 2 ชนิดอย่างมัฟฟิน แครกเกอร์ ซุป คุกกี้ และกราโนล่าแบบแท่ง เป็นเวลา 24 สัปดาห์ แล้วทำการตรวจวัดผลหลังการทดลอง

จากการทดลองพบว่า อาหารที่ควบคุมปริมาณแคลอรี่ทั้งอาหารที่มีน้ำมันไดเอซิลกลีเซอรอลและอาหารที่ควบคุมไขมันไตรกลีเซอไรด์ช่วยลดปริมาณแคลอรี่อาหารในกลุ่มทดลองทั้ง 2 กลุ่ม ในขณะที่อาหารที่มีน้ำมันไดเอซิลกลีเซอรอลช่วยลดน้ำหนัก และปริมาณไขมันในร่างกายของผู้ทดลองได้มากกว่าอาหารที่มีน้ำมันควบคุมไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในเชิงการรักษาและควบคุมน้ำหนักตัวในผู้ที่มีภาวะอ้วนต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิผลของน้ำมันในอาหารแต่ละชนิด ซึ่งมีกราโนล่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการทดลองเท่านั้น ดังนั้น จึงควรมีการศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนต่อไปเกี่ยวกับประสิทธิผลของกราโนล่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพของผู้บริโภคต่อไป

การทำงานของตับและกระบวนการอักเสบในผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิก

กลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) คือ กลุ่มอาการที่เกิดความผิดปกติทางร่างกายซึ่งเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวาน เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน หรือมีไขมันส่วนเกินรอบเอวอย่างมาก

เช่นเดียวกันกับความเชื่อในด้านประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก กราโนล่าถูกเชื่อว่าอาจมีประสิทธิผลต่อผู้ป่วยในกลุ่มอาการเมตาบอลิกในด้านการลดไขมันและน้ำตาลในเลือดลง ดังนั้น จึงมีงานค้นคว้าจำนวนหนึ่งที่พิสูจน์ในด้านที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

งานค้นคว้าประสิทธิผลของกราโนล่าต่อผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเมตาบอลิกจำนวน 37 คน ได้ใช้เวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ โดยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งอาหารที่มีส่วนประกอบของนมไขมันต่ำ โดยอาหารที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นมไขมันต่ำ โยเกิร์ตไร้ไขมัน ชีสไขมันต่ำ และอาหารที่ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างน้ำผลไม้แท้ 100% และกราโนล่าแบบแท่ง

ผลการทดลองพบว่า ผู้ทดลองมีเอนไซม์ตับชนิดที่แสดงถึงภาวะตับอักเสบหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับตับ (Hepatic Alanine Aminotransferase และ Aspartate Aminotransferase) ลดลงหลังการบริโภคอาหารกลุ่มแรกหรือกลุ่มที่บริโภคนมไขมันต่ำ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในด้านการลดกระบวนการอักเสบของน้ำเลือด (Plasma) แต่อย่างใด ซึ่งไม่อาจแสดงประสิทธิผลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนของกราโนล่าต่อการบรรเทาอาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้

ส่วนอีกหนึ่งการทดลองที่เกี่ยวข้องกับการลดปริมาณไขมันในร่างกาย ผู้เข้าร่วมการทดลองเป็นชายผู้มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 6 ราย การทดลองดำเนินไปด้วยการให้ผู้ทดลองรับประทานอาหารกลางวันที่แตกต่างกัน 3 กลุ่ม คือ
อาหารจานด่วนอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย รูทเบียร์ที่มีรสหวาน กับน้ำเชื่อมข้าวโพดที่เป็นน้ำตาลฟรุกโตส
อาหารที่มีเนื้อวัวออแกนิค อาหารออแกนิค รูทเบียร์ที่มีน้ำตาลซูโครส
อาหารที่มีเนื้อไก่งวง แซนด์วิชไก่งวง และกราโนล่าที่ทำจากอาหารออแกนิค และน้ำส้มออแกนิค

ผลการทดลองพบว่า ผู้ทดลองที่บริโภคอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ออแกนิคมีปริมาณไขมันชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวลดลงกว่าในกลุ่มที่บริโภคเนื้อวัวในรูปอาหารจานด่วน โดยไม่มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในการบริโภคอาหารในกลุ่มที่มีไก่งวงและกราโนล่า

นอกจากนี้ กราโนล่าถูกเชื่อว่าอาจมีประสิทธิผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน แต่มีเพียงงานทดลองหนึ่งที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นงานทดลองที่หาประสิทธิผลของสารโพลีแซ็คคาไรด์ (Novel Viscous Polysaccharide) ในคาร์โบไฮเดรตต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด จากการบริโภคอาหารที่ถูกพ่นหรือโรยสารประกอบชนิดนี้ และการเพิ่มสารเข้าไปในอาหารประเภทซีเรียล ซึ่งทำการทดลองในกลุ่มชายหญิงสุขภาพดีจำนวน 10 ราย โดยให้ผู้ทดลองรับประทานอาหารจำพวกคอนเฟลค ข้าว โยเกิร์ต อาหารแช่แข็ง ขนมปังขาว นม และกราโนล่า ผลการทดลองปรากฏว่า ทั้งการบริโภคอาหารที่ถูกพ่นหรือโรยสารโพลีแซ็คคาไรด์ และการเพิ่มสารชนิดนี้เข้าไปในอาหารกลุ่มดังกล่าวรวมทั้งกราโนล่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดระดับดัชนีน้ำตาลในอาหารลงได้

อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้เป็นเพียงการทดลองขนาดเล็กที่เน้นหาประสิทธิผลของสารโพลีแซ็คคาไรด์ต่อการลดระดับน้ำตาลในร่างกายและดัชนีน้ำตาลในอาหาร โดยมีกราโนล่าเป็นอาหารส่วนหนึ่งในการทดลองที่ช่วยทำให้เห็นถึงประสิทธิผลของโพลีแซ็คคาไรด์เท่านั้น และในบางครั้ง กราโนล่าอาจมีส่วนผสมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงด้วย

กล่าวคือ การทดลองเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเพียงการทดลองขนาดเล็กที่มีการใช้อาหารหลายชนิดรวมถึงกราโนล่าเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองเท่านั้น ดังนั้น จึงควรมีการค้นคว้าต่อไปในด้านดังกล่าว เพื่อหาข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นถึงคุณประโยชน์ของกราโนล่าต่อไปในอนาคต

บริโภคกราโนล่าอย่างไรให้ได้ประโยชน์ ?

กราโนล่าเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้งที่หลากหลาย ในบางครั้งก็มีส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ ความน่ารับประทาน และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการรับประทาน ดังนั้น คุณสมบัติและคุณประโยชน์ของกราโนล่าจึงขึ้นอยู่กับส่วนผสมและปริมาณของส่วนผสมต่าง ๆ ในกราโนล่าแต่ละชนิดและผลิตภัณฑ์ด้วย

เมื่อไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดในการกำหนดปริมาณและประสิทธิผลของกราโนล่า ผู้บริโภคจึงควรสังเกตและศึกษาข้อมูลทางโภชนาการด้านสารอาหาร ปริมาณ และส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์นั้นจากฉลากบนบรรจุภัณฑ์ และรับประทานกราโนล่าในปริมาณที่พอดี เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากการบริโภคกราโนล่ามากเกินไป โดยไม่ควรบริโภคเกินปริมาณที่แนะนำให้บริโภค/วัน ดังต่อไปนี้
220-230 แคลอรี่/หนึ่งหน่วยบริโภค
ควรมีเส้นใยอาหาร 3-5 กรัม/หนึ่งหน่วยบริโภค
ควรมีโปรตีน 10-15 กรัม/หนึ่งหน่วยบริโภค
ควรมีไขมันไม่เกิน 5 กรัม/หนึ่งหน่วยบริโภค
ควรบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินและเกลือแร่เสริม ในปริมาณ 1 ใน 3 ของอาหารที่บริโภคทั้งหมด/วัน

แม้จะมีส่วนประกอบของธัญพืชและผลไม้ที่อาจมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แต่ผู้บริโภคควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารประเภทพืชผักผลไม้ในปริมาณที่เพียงพอด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากสารอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใย อันจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเสริมสร้างสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ

https://www.pobpad.com
สนใจสินค้านี้ สั่งซื้อราคาถูกพิเศษที่>>http://www.vitamin24hr.com
ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท
แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr
หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr
****
วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า ^__^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

www.True100percent.com โทร 092-6161666, 02-0027539 : LINE: @mox9486f

เวชสำอางค์ ให้คุณช้อปจนจุใจ